เขย่าก่อนดัน

*ก่อนอื่นต้องกราบเรียนมิตรสหายและแฟนคลับทั่วประเทศให้ทราบกันตามตรงว่า แสงสว่างปลายอุโมงค์ที่เกิดขึ้นจากความคืบหน้าวัคซีนโควิด-19 กลายเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้นักลงทุนสถาบันเดินหน้าซื้อหุ้นไทยต่อไปอีกวันก็จริง แต่อย่าลืมว่า ตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่โค้งสำคัญเพื่อจะไปต่ออย่างแข็งแรง จึงน่าจะมีแรงขายล็อตใหญ่ออกมาอีกระลอก เพื่อทดสอบฐานแนวรับว่ามีความมั่นคงเพียงใดพะยะค่ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*ก่อนอื่นต้องกราบเรียนมิตรสหายและแฟนคลับทั่วประเทศให้ทราบกันตามตรงว่า แสงสว่างปลายอุโมงค์ที่เกิดขึ้นจากความคืบหน้าวัคซีนโควิด-19 กลายเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้นักลงทุนสถาบันเดินหน้าซื้อหุ้นไทยต่อไปอีกวันก็จริง แต่อย่าลืมว่า ตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่โค้งสำคัญเพื่อจะไปต่ออย่างแข็งแรง จึงน่าจะมีแรงขายล็อตใหญ่ออกมาอีกระลอก เพื่อทดสอบฐานแนวรับว่ามีความมั่นคงเพียงใดพะยะค่ะ

*ประเด็นดังกล่าวเห็นได้จากการแกว่งตัวไปมาของดัชนี ก่อนจะลงเอยด้วยการยืนปิดที่ระดับ 1,349.81 จุด ลบไป 1.25 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 9 หมื่นล้านบาท น่าจะเป็นการส่งสัญญาณให้รู้ว่า แรงขายยังมีประปราย และอาจทำให้ดัชนีย่อตัวลงไปอีก แต่ถ้ารักษาฐานที่มั่นบริเวณ 1,350 จุดได้อย่างเหนียวแน่น ก็ไม่ต้องวอร์รี่อะไรทั้งสิ้น ผนวกกับมีเส้น 200 วันคอยช้อนไว้ที่บริเวณ 1,340 จุด จึงต้องจับตาสถานการณ์ตรงนี้มากเป็นพิเศษเจ้าค่ะ

*นอกจากนี้ต้องมองให้ออกด้วยว่าปัจจัย “บวก” กับปัจจัย “ลบ” อันไหนมีผลสั่นสะเทือนมากกว่ากัน เพราะการขึ้นของดัชนีมาจากความเชื่อที่ว่า ทุกอย่างกำลังดีขึ้นอย่างช้า ๆ แต่เรื่องจริงจะเป็นเหมือนกับที่มองไว้หรือเปล่า ? ยังเป็นเรื่องที่ต้องดูกันวันต่อวัน ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองก็เข้าสู่โหมดที่มีความเข้มข้นทุกขณะ จึงเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่อาจพลิกเกมได้ตลอดเวลาไงล่ะค่ะ

*เหมือนกับหุ้นถุงมือยาง STGT ก่อนหน้านี้ทำท่าจะไปได้ดี แต่สุดท้ายก็เกิดอาการสะดุด หุ้นถึงลงมายืนปิดที่ 72.75 บาท ลบไป 2.25 บาท หรือลงไป 3% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.22 พันล้านบาท ซึ่งเป็นการกลับมายืนที่จุดเดิมตอนที่เล่นข่าววัคซีนป้องกันโควิด-19 คืบหน้าไปมาก “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับประเมินความเสี่ยงกันเอาเองว่า ตรงจุดนี้เหมาะที่จะสวนกระแสเข้าไปรับหุ้นอะป่าว ?

*เช่นเดียวกับหุ้นไฟฟ้าพิมพ์นิยมอย่าง GPSC ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่นักเล่นต้องเพิ่มความใส่ใจอีกนิดหนึ่งว่า การย่อตัวสองวันติด ก่อนจะปิดไปที่ระดับ 64.50 บาท ลบไป 2.50 บาท หรือลงไป 3.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.08 พันล้านบาท และยังประคองตัวยืนบนเส้น 10 วันตรงบริเวณแนวรับ 64 บาทได้อย่างเฉียดฉิว ใช่จังหวะของการเข้าไปเก็บเพื่อลุ้นรีบาวด์หรือเปล่า ? ลองไปคิดกันดูนะจ๊ะ

*ในเมื่อต้องคิดสะระตะมากมาย “โมนิก้า” เลยหยิบยกสถานการณ์ของหุ้น RS ขึ้นมาเม้าท์มอย เพื่อให้แฟนคลับเห็นไปพร้อมกันว่า อาการโค้งตัวลงมาเรื่อย ๆ ท่ามกลางบรรยากาศคาบลูกคาบดอก ใช่มุมที่นักเล่นต้องเข้าไปวัดดวงไหมเอ่ย ? หลังราคาหุ้นเพิ่งหลุดเส้น 10 วันตรงบริเวณแนวรับ 17.90 บาท ก่อนจะมาปิดที่ 17.40 บาท ลบไป 0.80 บาท หรือลงไป 4.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 172 ล้านบาทนะซี

*ส่วนรายที่เริ่มมีทรงดีขึ้นมานิดหน่อย คงต้องมองไปที่ตัวปิโตรเคมีตัวพ่อ (อดีตเคยดัง) IRPC หลังไต่เต้าจากราคาฐาน 2 บาทขึ้นมาเรื่อย ๆ จนวานนี้ประคองตัวปิดไปที่ระดับ 2.66 บาท บวกไป 0.04 บาท หรือขึ้นไป 1.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 626 ล้านบาท กลายเป็นช็อตที่ทำให้เชื่อว่า หุ้นน่าจะวิ่งกลับขึ้นไปยืนแถว 3 บาทเป็นที่แรก ต่อจากนั้นค่อยมาดูอีกทีว่า มีโอกาสวิ่งขึ้นไปบริเวณหาต้นทุนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 3.30 บาทหรือเปล่า ?

*ในเมื่อเม้าท์ถึงหุ้นที่มีโอกาสไปยาว ๆ “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น JMART JMT เพื่อชี้ให้เห็นว่า  “หมอพงศ์ศักดิ์” รุกคืบเข้าหาหุ้นตัวนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ และการขยับพอร์ตของหมอขาซิ่งน่าจะเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า การขึ้นมายืนปิดที่ 17.50 บาท บวกไป 1.10 บาท หรือขึ้นไป 6.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 802 ล้านบาท และการปิดเสมอตัวที่ระดับ 33.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 270 ล้านบาท คงไม่แคล้วเป็นการเล่นรอบใหม่ที่น่าจะได้ลุ้นกันยาว ๆ เดี๊ยนเลยอยากให้แฟนคลับเกาะติดหุ้นสองตัวนี้ไว้ดี ๆ เจ้าค่ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ SAWAD ก็มีประเด็นที่น่าสนใจเยอะแยะไปหมด และสตอรี่การต่อยอดธุรกิจก็เปิดกว้างออกมาเรื่อย ๆ “โมนิก้า” ถึงให้ความสำคัญกับหุ้นตัวนี้มากเป็นพิเศษ เพราะเห็นหนทางที่จะทำให้บริษัทเติบโตชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งการยืนปิดที่ระดับ 55 บาท บวกไป 1.25 บาท หรือขึ้นไป 2.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.47 พันล้านบาท ก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนในตัวของมันเองอยู่แล้วว่า ราคาหุ้นไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่ ๆ..จริงไหมน้องนาย !..อิอิอิ