ออมสิน-SAWAD เขย่าจำนำทะเบียน

สุดท้ายการเสี่ยงพวงมาลัยของแบงก์ออมสินก็ได้บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD มาร่วมหอลงโรง...โดยแบงก์ออมสินจะเข้าไปถือหุ้นในบริษัท เงินสดทันใจ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ SAWAD สัดส่วน 49% เพื่อลุยปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถคิดดอกเบี้ยที่ 18% ต่อปี...

สำนักข่าวรัชดา

สุดท้ายการเสี่ยงพวงมาลัยของแบงก์ออมสินก็ได้บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD มาร่วมหอลงโรง…โดยแบงก์ออมสินจะเข้าไปถือหุ้นในบริษัท เงินสดทันใจ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ SAWAD สัดส่วน 49% เพื่อลุยปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถคิดดอกเบี้ยที่ 18% ต่อปี…

ถือเป็นบิ๊กดีลที่จะทำให้บริบทสินเชื่อจำนำทะเบียนรถเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง..!!

จากเดิมตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถเป็นบลูโอเชียน เป็นตลาดที่กำลังสดใสซาบซ่า มีมูลค่าตลาดถึง 1 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 21% จากสินเชื่อนอนแบงก์ที่มีมูลค่าตลาดรวม 4.81 แสนล้านบาท จนหลายเจ้าถึงขั้นต้องตั้งบริษัทลูกขึ้นมาชิงเค้กก้อนนี้ ก็จะกลายเป็นเรดโอเชียน เป็นทะเลสีเลือดแทน…

การที่ออมสินมาจับกับ SAWAD ซึ่งเป็นค่ายใหญ่ (เป็นเบอร์ 2 ของตลาด) จะทำให้เจ้าเดิมอย่างเบอร์ 1 ของตลาด บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC ต้องร้อน ๆ หนาว ๆ…นี่ก็ได้ข่าวว่า “อาเฮียชูชาติ เพ็ชรอำไพ” ประกาศงัดมาตรการลดดอกเบี้ยสู้…จริงเท็จประการใด ต้องติดตาม

รวมทั้งเจ้าอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น “สมหวัง เงินสั่งได้” ของแบงก์ทิสโก้, บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMANAH, “กรุงศรี ออโต้” ของแบงก์กรุงศรีฯ หรือแม้กระทั่งเจ้าใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดนี้อย่างบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ภายใต้ชื่อ “KTC พี่เบิ้ม” ต้องเร่งปรับตัวกันจ้าละหวั่น…

ด้วยเงื่อนไขต้องคิดดอกเบี้ยไม่เกิน 18% จากเดิมในตลาดคิดกันที่ 20% กว่า ๆ แม้จะถูกแคปไว้ที่ 24% ซึ่งที่ผ่านมาตลาดเป็นของผู้ประกอบการ แต่ต่อไปจะเป็นของลูกค้า หรือผู้บริโภคมากขึ้น

สิ่งที่ตามมา 1) จะเกิดการแย่งชิงลูกค้าใหม่ดุเดือดเลือดพล่าน และ 2) เกิดการรีไฟแนนซ์ของลูกค้าเก่า เพื่อไปหาเจ้าใหม่ที่คิดดอกเบี้ยถูกกว่า

ก็คงหนีไม่พ้นเกิดสงครามราคาดอกเบี้ย..!!

ขณะที่ตัวของ SAWAD ถ้ามองในมุมบวก อันดับแรกจะได้เงินเข้าบริษัท เงินสดทันใจ ก่อนเลย 1,300 ล้านบาท (จากการขายหุ้นเพิ่มทุน)…นั่นทำให้บริษัท เงินสดทันใจ มีเงินเข้ามากองไว้แล้ว โดยไม่มีต้นทุน

ถัดมาจะทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลง เพราะได้แบงก์ออมสินมาเป็นแบ็กปล่อยกู้ โดยคาดแบงก์ออมสินจะปล่อยเงินกู้ให้ SAWAD ดอกเบี้ยต่ำที่ 2% จากเดิม SAWAD มีต้นทุนที่ 3.6%

ขณะเดียวกัน การได้แบงก์ออมสินมาเป็นสตราติจิกพาร์ตเนอร์ จะช่วยโพรเทคการเกิดหนี้เสีย หรือ NPL เนื่องจากถ้าเป็นกลุ่มลูกค้าเดิมของแบงก์ออมสินน่าจะรู้ประวัติลูกค้าอยู่แล้ว ก็จะทำให้สามารถคุม NPL ได้ดีขึ้น รวมทั้งในเชิงการตลาด ก็สามารถทำโปรโมชั่นร่วมกันได้…

ส่วนมุมลบ จากเดิมที่ SAWAD เคยกินเต็ม (รับรู้กำไรจากบริษัท เงินสดทันใจ เข้ามาทั้งก้อน โดยปี 2560 มีกำไร 47 ล้านบาท ปี 2561 กำไรเพิ่มเป็น 338 ล้านบาท และปี 2562 กำไรพุ่งแตะ 679 ล้านบาท) ก็กลายเป็นกินแบ่งแทน (ต้องแบ่งให้แบงก์ออมสินครึ่งหนึ่ง) และจากเดิมที่เคยได้ดอกเบี้ยที่ 20% กว่า ๆ ก็จะลดลง จากฐานลูกค้าเก่าที่จะมารีไฟแนนซ์เพื่อใช้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่า…

ก็ต้องวัดใจ…หากดีลนี้สร้างพอร์ตสินเชื่อได้ถล่มทลาย อาจชดเชยส่วนต่างดอกเบี้ยที่หายไปได้…ไม่ต่างจากกรณีออกหุ้นเพิ่มทุนที่จะเกิดไดลูชั่นต่อ EPS จากจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้น…

แต่ถ้ามีรายได้ชัดเจน ก็ชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปได้…

ที่แน่ ๆ ในมุมแบงก์ออมสิน จะมีที่ปล่อยเงิน สร้างมูลค่าเพิ่มได้…และที่สำคัญสามารถสนองนโยบายรัฐได้

งานนี้คนที่ได้ผลงานไปเต็ม ๆ ไม่ใช่ใครที่ไหน ถ้าไม่ใช่เจ้าของไอเดียเขย่าตลาดตึ๊งทะเบียนรถอย่าง “วิทัย รัตนากร”

แหม๊…เข้ามานั่งเก้าอี้ผอ.แบงก์ออมสินไม่ทันไร ก็โชว์ผลงานชิ้นโบว์แดงซะแล้ว…

…อิ อิ อิ…