UPA หุ้น 2 ชื่อ 4 ธุรกิจ.!

ตะลึงกันทั้งบาง..!! อยู่ ๆ “วิชัย วชิรพงศ์” หรือ เสี่ยยักษ์ ก็โผล่มาถือหุ้นบริษัท ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ UPA ตั้ง 12.83% โดยเป็นการซื้อแบบยกเข่งมาจาก “แคทรียา บีเวอร์” ที่ราคา 0.16 บาท รวมมูลค่า 208 ล้านบาท

สำนักข่าวรัชดา

ตะลึงกันทั้งบาง..!! อยู่ ๆ “วิชัย วชิรพงศ์” หรือ เสี่ยยักษ์ ก็โผล่มาถือหุ้นบริษัท ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ UPA ตั้ง 12.83% โดยเป็นการซื้อแบบยกเข่งมาจาก “แคทรียา บีเวอร์” ที่ราคา 0.16 บาท รวมมูลค่า 208 ล้านบาท

แถมเป็นราคาดิสเคาต์ต่ำกว่ากระดาน 31.57% เทียบกับราคาปิดที่ 0.19 บาท วันที่ 26 พ.ย. 2563

ถ้าย้อนดูหุ้น UPA ก็มีอะไรน่าสนใจ…เป็นบริษัทที่แปลงร่างมาจาก บริษัท ไซเบอร์แพลนเน็ต อินเตอร์แอคทีฟ จำกัด (มหาชน) หรือ CYBER ก่อตั้งเมื่อปี 2543 ทำซอฟต์แวร์เกมขายให้กับลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้แบรนด์ “Cyberplanet Interactive” กระทั่งปี 2553 ก็เข้าจดทะเบียนในตลาด mai

แต่เนื่องจากธุรกิจซอฟต์แวร์เกมไม่ได้รับความนิยมเหมือนเก่า ปี 2556 จึงเปลี่ยนธุรกิจใหม่ มารุกทำอสังหาริมทรัพย์

จากนั้นมีการเพิ่มทุนแบบ PP ในปี 2557 และเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจอีกครั้ง จากอสังหาฯ แตกไปทำธุรกิจพลังงาน พร้อมดึง “นพพล มิลินทางกูร” อดีตรองผู้ว่าการ กฟผ. และอดีตเอ็มดี บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH ในปัจจุบัน) มาเป็นจุดขาย เพื่อรุกธุรกิจไฟฟ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัท ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ UPA ในปัจจุบัน

ต่อมาในปี 2562 รุกไปทำธุรกิจสาธารณูปโภค ผลิตน้ำประปาขายให้กับรัฐวิสาหกิจน้ำประปานครหลวงของลาว

ล่าสุดช่วงกลางเดือน ก.ย. 2563 UPA ประกาศเพิ่มทุนแบบ RO อีกครั้ง ที่ราคาหุ้นละ 0.15 บาท จนส่งผลให้ “แคทรียา บีเวอร์” ก้าวขึ้นมาถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 สัดส่วน 14.64% จากเดิมถือแค่ 2.25% เท่านั้น

ถ้าไปดูโปรไฟล์ของ “แคทรียา บีเวอร์” ก็น่าสนใจ…เท่าที่เห็นตามสื่อต่าง ๆ เคยเป็นนางแบบชื่อดังระดับแถวหน้าของไทย ก่อนจะผันตัวมาเป็นนักลงทุน โดยถือหุ้นหลายตัว ไม่ว่าจะเป็นบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT, บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ QTC รวมทั้งบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PACE แต่ขายทิ้งไปแล้ว…

ขณะที่การขายหุ้น UPA ครั้งนี้ “แคทรียา บีเวอร์” ถือไม่ถึง 2 เดือน แต่ได้เศษเงินติดไม้ติดมือไปแล้ว 13 ล้านบาท

แหม๊…คงไม่มีธุรกิจไหนให้กำไรงามขนาดนี้อีกแล้วมั้ง

กลับมาที่ UPA ปัจจุบันมีรายได้หลักมาจาก 3 ธุรกิจ ประกอบด้วย ธุรกิจพลังงาน สาธารณูปโภค และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ส่วนธุรกิจซอฟต์แวร์เกมค่อยลดบทบาทลงเรื่อย ๆ สุดท้ายก็คงจะ “เกมโอเวอร์” ไปในที่สุด..!!

UPA จึงถือเป็นหุ้น 2 ชื่อ 4 ธุรกิจ..!!

แต่ถ้าไปไล่ดูผลประกอบการ UPA ในช่วงที่ผ่านมา ยังไม่เห็นกำไรเลย แถมบางปีตัวเลขขาดทุนสูงกว่ารายได้รวมซะด้วยซ้ำ โดยงบ 9 เดือนปีนี้ขาดทุนไปแล้ว 24 ล้านบาท จากรายได้รวม 71 ล้านบาท

เอ๊ะ..!! บริษัทที่ยังสะกดกำไรไม่เป็นแบบนี้ แต่ทำไมเสี่ยยักษ์ถึงเข้าไปถือหุ้นกันละเนี่ย..? หรือมีอะไรที่เราไม่รู้…แต่เสี่ยยักษ์รู้หรือเปล่าน้อออ..?

แต่ที่แน่ ๆ หลังมีชื่อเสี่ยยักษ์โผล่มาถือหุ้น UPA ทำให้ราคาเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2563 วิ่งชนซิลลิ่งไปแล้ว…

เท่ากับว่า เสี่ยยักษ์มีกำไรจากส่วนต่างราคาไปแล้ว 7 สตางค์ เทียบกับราคาปิดวานนี้ (1 ธ.ค.) ที่ 0.23 บาท

น่าอิจฉาเนอะ…

…อิ อิ อิ…