“ฟินันเซีย” เปิด 3 ธีมลงทุนปี 64 พร้อมชู MINT-AOT เด่นสุด รับปัจจัยบวก “วัคซีน” โควิด

"ฟินันเซีย" เปิด 3 ธีมลงทุนปี 64 พร้อมชู MINT-AOT เด่นสุด รับปัจจัยบวก "วัคซีน" โควิด


บล.ฟินนันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า การจัดส่งวัคซีนต้านโควิด-19 จะเป็นตัวแปรสำคัญโดยเฉพาะกับภาคท่องเที่ยวและส่งออกของไทย ซึ่งคาดว่าวัคซีนจะได้รับการอนุมัติและเริ่มจัดส่งให้กับประเทศต่างๆ ได้ภายในต้นปีหน้า นอกจากนั้นแล้วยังคาดว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะกลับมาเป็นปกติในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2564

ทาง FSS มองว่าตลาดหุ้นไทยช่วงก่อนหน้านี้แรลลี่สูงเกินไป (+20.3% ตั้งแต่ 30 ต.ค. – 27 พ.ย.) โดยมองว่าการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้นยังไม่หมดไป และประเทศไทยยังมีความไม่แน่นอนในเรื่องของการเมืองอยู่

อย่างไรก็ตาม FSS มองว่านักลงทุนเริ่มที่จะให้ความเชื่อมั่นในการประกอบการขององค์กรมากขึ้นซึ่งไม่ได้มาจากมาตรการของแบงค์ชาติหรือภาครัฐ ทำให้ FSS คาดว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลท.จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการกลับมาของตลาดทุนประเทศไทยในปี 2021

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลท.จะโต 47.9% ในปีหน้า ผลักดันโดยสี่กลุ่มหลักคือ พลังงาน-ปิโตรเคมี, พาณิชย์, กลุ่มบริการ และกลุ่มท่องเที่ยว ส่วนปี 2565 คาดกำไรบจ.จะโต 13.1% นำโดยกลุ่มท่องเที่ยว คาดกำไร AOT จะกลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2562 และกลุ่มธุรกิจสายการบินจะเริ่มฟื้นตัวในครึ่งปีหลังของปี 2565

ทั้งนี้ FSS กำหนด 3 ธีมหลักในการลงทุนปี 2564 โดยเน้นการฟื้นตัวของกำไรในบจ. คือ

1) หุ้นวัฏจักร

FSS เห็นอัพไซด์จากตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมมูลค่าในหุ้นวัฏจักร ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องไปในปีหน้า โดยกลุ่มน้ำมันเห็นถึงผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19มากที่สุด และจะเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดเมื่อวัคซีนออกสู่ตลาด

FSS มองว่า PTT (ราคาเป้า 60), PTTGC (ราคาเป้า 69) และ ESSO (ราคาเป้า 9.90) จะโดดเด่นที่สุดในกลุ่มเนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และมีศักยภาพการเติบโตที่ชัดเจนในปีหน้า

2) หุ้นเกี่ยวกับการส่งออก

ในมุมมองของ FSS กลุ่มที่เกี่ยวกับการส่งออกจะมีการเติบโตของกำไรที่สูงในปี 2564 อันเป็นผลจากเศรษฐกิจที่เติบโตของจีน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และดีมานด์ในประเทศจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ สำหรับหุ้นในกลุ่มนี้ FSS มองว่า SAT (ราคาเป้า 15.40) และ AH (ราคาเป้า 17.60) จะโดดเด่นที่สุด

3) หุ้นรับปัจจัยบวกจากวัคซีน

บนพื้นฐานที่ว่าวัคซีนต้านโควิด-19 จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทำให้นักลงทุนยังคอยหาจังหวะที่จะเข้าลงทุนในตลาดที่ยังมีมูลค่าถูกอยู่ ซึ่งกลุ่มท่องเที่ยวเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตินี้มากที่สุด โดย FSS คาดว่าวัคซีนจะได้รับการอนุมัติ และจัดส่งภายในต้นปีหน้า จึงมีความเป็นไปได้สูงที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะกลับสู่ปกติในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2564

FSS คาดว่า MINT (ราคาเป้า 29) กับ AOT (ราคาเป้า 70) จะเป็นสองหุ้นที่โดดเด่นในกลุ่มนี้จากอานิสงค์ของวัคซีน และคาดว่าจะกลับมาเห็นกำไรภายในสองปี

ทั้งนี้ FSS ให้น้ำหนักตลาดหุ้นไทยไว้ที่ OVERWEIGHT คาดดัชนีแตะ 1,550 ปลายปี 2564 มี P/E อยู่ที่ 18.2x หรือ SD+0.5 โดยมีปัจจัยผลักดันจาก 1)กำไรของบจ. 2)ตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีขึ้น 3)วัคซีนต้านโควิด-19

Back to top button