สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 3 ธ.ค. 2563

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 3 ธ.ค. 2563

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (3 ธ.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดทำนิวไฮ โดยได้แรงหนุนจากตัวเลขว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐที่ลดลงมากกว่าคาด รวมทั้งความหวังเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ อย่างไรก็ดี ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลหลังจากบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ ประกาศลดเป้าหมายการจัดส่งวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในปีนี้ ซึ่งข่าวดังกล่าวได้ฉุดราคาหุ้นไฟเซอร์ปิดตลาดร่วงลงกว่า 1.7%

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 29,969.52 จุด เพิ่มขึ้น 85.73 จุด หรือ +0.29% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,666.72 จุด ลดลง 2.29 จุด หรือ -0.06% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 12,377.18 จุด เพิ่มขึ้น 27.81 จุด หรือ +0.23%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (3 ธ.ค.) โดยตลาดได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ที่ปรับตัวขึ้นตามราคาทองแดงและสินแร่เหล็ก ขณะที่นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับข้อมูลกิจกรรมทางธุรกิจที่ชะลอลง และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) หลังจากอังกฤษแยกตัวออกจาก EU (Brexit)

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวขึ้น 0.01% ปิดที่ 391.72 จุด

ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,574.36 จุด ลดลง 8.65 จุด หรือ -0.15%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,252.86 จุด ลดลง 60.38 จุด หรือ -0.45% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,490.27 จุด เพิ่มขึ้น 26.88 จุด หรือ +0.42%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (3 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ที่พุ่งขึ้นตามราคาโลหะพื้นฐาน และนักลงทุนยังคงมีความหวังว่าอังกฤษจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหภาพยุโรป (EU) ภายในกำหนดเส้นตายสิ้นปีนี้ซึ่งอังกฤษจะถอนตัวออกจาก EU  (Brexit)

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,490.27 จุด เพิ่มขึ้น 26.88 จุด หรือ +0.42%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (3 ธ.ค.) หลังจากที่ประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส มีมติคงนโยบายลดการผลิต นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ปรับตัวลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 36 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดที่ 45.64 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 46 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 48.71 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่สามเมื่อคืนนี้ (3 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ รวมทั้งความหวังที่ว่าสภาคองเกรสสหรัฐจะเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 10.9 ดอลลาร์ หรือ 0.6% ปิดที่ 1,841.1 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 5.7 เซนต์ หรือ 0.24% ปิดที่ 24.137 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. พุ่งขึ้น 26.5 ดอลลาร์ หรือ 2.62% ปิดที่ 1,038.6 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค. ร่วงลง 90.30 ดอลลาร์ หรือ 3.8% ปิดที่ 2,317.90 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (3 ธ.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซา ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนพ.ย.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.44% แตะที่ 90.7169 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 103.96 เยน จากระดับ 104.55 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8914 ฟรังก์ จากระดับ 0.8960 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2855 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2921 ดอลลาร์แคนาดา

สกุลเงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2141 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2099 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3449 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3359 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7445 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ  0.7402 ดอลลาร์สหรัฐ