สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 29 ธ.ค. 2563

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 29 ธ.ค. 2563

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (29 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของมาตรการเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หลังจากนายมิตช์ แมคคอนเนล ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐได้ขัดขวางการพิจารณาเพิ่มวงเงินในเช็คเงินสดเพื่อช่วยเหลือประชาชน นอกจากนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐยังทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความล่าช้าในการเปิดเศรษฐกิจ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,335.67 จุด ลดลง 68.30 จุด หรือ -0.22% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,727.04 จุด ลดลง 8.32 จุด หรือ -0.22% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 12,850.22 จุด ลดลง 49.20 จุด ลดลง -0.38%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (29 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับความหวังที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวเร็วขึ้น เนื่องจากสหรัฐจะเพิ่มวงเงินช่วยเหลือประชาชนในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่อังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) บรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างกันแล้ว รวมไปถึงการเริ่มฉีดวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ให้กับประชาชนในประเทศต่างๆ ในยุโรป

ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 0.76% ปิดที่ 401.61 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,611.79 จุด เพิ่มขึ้น 23.41 จุด หรือ +0.42% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,602.65 จุด เพิ่มขึ้น 100.54 จุดหรือ +1.55% ขณะที่ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,761.38 จุด ลดลง 28.91 จุดหรือ -0.21%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (29 ธ.ค.) ที่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 10 เดือน เนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับข่าวอังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) บรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างกันได้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และตลาดยังได้แรงหนุนจากการอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในสหรัฐ

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,602.65 จุด เพิ่มขึ้น 100.54 จุด หรือ +1.55%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (29 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐจะช่วยหนุนอุปสงค์น้ำมัน ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐในวันนี้

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 38 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดที่ 48.00 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 23 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 51.09 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (29 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ อย่างไรก็ดี สัญญาทองคำขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังมีรายงานว่าราคาบ้านในสหรัฐพุ่งขึ้นแข็งแกร่งสุดในรอบกว่า 6 ปี

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 2.5 ดอลลาร์ หรือ 0.13% ปิดที่ 1,882.9 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 32.2 เซนต์ หรือ 1.21% ปิดที่ 26.217 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 13.5 ดอลลาร์ หรือ 1.29% ปิดที่ 1,062.6 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 7.50 ดอลลาร์ หรือ 0.3% ปิดที่ 2,344.30 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย และเข้าซื้อสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยง หลังสภาผู้แทนราษฏรสหรัฐมีมติอนุมัติการเพิ่มวงเงินในเช็คเงินสดให้แก่ชาวอเมริกันตามข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.39% แตะ 89.9900 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 103.52 เยน จากระดับ 103.83 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8845 ฟรังก์ จากระดับ 0.8896 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2811 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2842 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2252 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2206 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3497 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3444 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7610 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7576 ดอลลาร์สหรัฐ