สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 5 ม.ค. 2563

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 5 ม.ค. 2563

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (5 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหลังราคาหุ้นร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารอบสองในรัฐจอร์เจีย ซึ่งเป็นรัฐสมรภูมิที่จะชี้ชะตาว่าพรรคใดจะครองอำนาจในสภาคองเกรสสหรัฐ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,391.60 จุด เพิ่มขึ้น 167.71 จุด หรือ +0.55% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,726.86 จุด เพิ่มขึ้น 26.21 จุด หรือ +0.71% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 12,818.96 จุด เพิ่มขึ้น 120.51 จุด หรือ +0.95%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (5 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกับมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งในอังกฤษและเยอรมนี และตลาดยังปรับตัวลงตามหุ้นสหรัฐท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการเลือกตั้งวุฒิสภารอบสองในรัฐจอร์เจียด้วย

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.19% ปิดที่ 400.94 จุด

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,651.22 จุด ลดลง 75.52 จุด หรือ -0.55% และดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,564.60 จุด ลดลง 24.36 จุด หรือ -0.44% แต่ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,612.25 จุด เพิ่มขึ้น 40.37 จุด หรือ +0.61%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (5 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่ปรับตัวขึ้นหลังจากที่มีการเปิดเผยยอดค้าปลีกที่สูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนธ.ค. ซึ่งได้ช่วยบดบังความวิตกของนักลงทุนเกี่ยวกับการประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศรอบใหม่ในอังกฤษเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,612.25 จุด เพิ่มขึ้น 40.37 จุด หรือ +0.61%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเกือบ 5% เมื่อคืนนี้ (5 ม.ค.) ขานรับที่ประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร (โอเปกพลัส) มีมติคงกำลังการผลิตในปัจจุบันไปจนถึงสิ้นเดือนก.พ. ขณะที่ซาอุดีอาระเบียเต็มใจที่จะปรับลดกำลังการผลิตอีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากสถานการณ์ตึงเครียดในอิหร่าน ซึ่งรวมถึงการที่อิหร่านยึดเรือบรรทุกสารเคมีของเกาหลีใต้นอกน่านน้ำของโอมาน

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. พุ่งขึ้น 2.31 ดอลลาร์ หรือ 4.9% ปิดที่ 49.93 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. พุ่งขึ้น 2.51 ดอลลาร์ หรือ 4.9% ปิดที่ 53.60 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (5 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ก่อนที่จะรู้ผลเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารอบสองในรัฐจอร์เจีย ซึ่งเป็นรัฐสมรภูมิที่จะชี้ชะตาว่าพรรคใดจะครองอำนาจในสภาคองเกรสสหรัฐ อย่างไรก็ดี ข้อมูลภาคการผลิตที่แข็งแกร่งของสหรัฐได้สกัดแรงบวกของราคาทองคำ

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 7.8 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ปิดที่ 1,954.4 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 27.6 เซนต์ หรือ 1.01% ปิดที่ 27.64 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 48.1 ดอลลาร์ หรือ 4.49% ปิดที่ 1,119.6 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค. พุ่งขึ้น 102.20 ดอลลาร์ หรือ 4.3% ปิดที่ 2,493.40 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (5 ม.ค.) หลังจากจีนปรับขึ้นค่าเงินหยวนในอัตรามากที่สุดนับตั้งแต่ที่จีนยกเลิกการผูกติดค่าเงินกับดอลลาร์ในปี 2548 ขณะเดียวกันนักลงทุนจับผลตาการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารอบสองในรัฐจอร์เจีย รวมทั้งข้อมูลแรงงานของสหรัฐในสัปดาห์นี้

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.48% แตะที่ 89.4400 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 102.64 เยน จากระดับ 103.11 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8779 ฟรังก์ จากระดับ 0.8806 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2667 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2772 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2302 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2252 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3628 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3566 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7772 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7670 ดอลลาร์สหรัฐ