สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 7 ม.ค. 2563

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 7 ม.ค. 2563

ดัชนีดาวโจนส์, S&P500 และ Nasdaq ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮเมื่อคืนนี้ (7 ม.ค.) หลังจากสภาคองเกรสสหรัฐประกาศรับรองชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐของนายโจ ไบเดนอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะช่วยให้คณะบริหารของพรรคเดโมแครตสามารถผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากดัชนีภาคบริการของสหรัฐที่ขยายตัวแข็งแกร่งกว่าตัวเลขคาดการณ์

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 31,041.13 จุด เพิ่มขึ้น 211.73 จุด หรือ + 0.69% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,803.79 จุด เพิ่มขึ้น 55.65 จุด หรือ +1.48% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,067.48 จุด เพิ่มขึ้น 326.69 จุด หรือ +2.56%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (7 ม.ค.) เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวเร็วขึ้น และสหรัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น หลังจากพรรคเดโมแครตได้ครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส

ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 0.51% ปิดที่ 408.49 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,669.85 จุด, เพิ่มขึ้น 39.25 จุด หรือ +0.70%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,968.24 จุด เพิ่มขึ้น 76.27 จุด หรือ +0.55% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,856.96 จุด เพิ่มขึ้น 15.10 จุด หรือ +0.22%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (7 ม.ค.) เป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน เนื่องจากนักลงทุนขานรับแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เร็วขึ้นและคาดว่าสหรัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น หลังพรรคเดโมแครตได้ครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,856.96 จุด เพิ่มขึ้น 15.10 จุด หรือ +0.22%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนนี้ (7 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับปัจจัยบวกจากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ปรับตัวลดลงติดต่อกัน 4 สัปดาห์ และการที่ซาอุดีอาระเบียสมัครใจปรับลดกำลังการผลิต นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากความหวังที่ว่า คณะบริหารของพรรคเดโมแครตภายใต้การนำของนายโจ ไบเดน จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 20 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 50.83 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 8 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 54.38 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (7 ม.ค.) ขานรับสภาคองเกรสที่ได้ประกาศรับรองชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐของนายโจ ไบเดนอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะช่วยให้คณะบริหารของพรรคเดโมแครตสามารถผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ได้อย่างราบรื่น ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธ.ค.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 5 ดอลลาร์ หรือ 0.26% ปิดที่ 1,913.6 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 21.9 เซนต์ หรือ 0.81% ปิดที่ 27.261 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 14.4 ดอลลาร์ หรือ 1.3% ปิดที่ 1,124.6 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 16.50 ดอลลาร์ หรือ 0.7% ปิดที่ 2,431.60 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (7 ม.ค.) ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ รวมทั้งความหวังที่ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวในยุคที่คณะบริหารของนายโจ ไบเดน ปกครองประเทศ

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.34% แตะ 89.8300 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 103.86 เยน จากระดับ 103.13 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8849 ฟรังก์ จากระดับ 0.8797 ฟรังก์ แต่เมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2685 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2693 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2268 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2307 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.3570 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3598 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะระดับ 0.7759 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7788 ดอลลาร์สหรัฐ