พาราสาวะถี

ผลประโยชน์มันไม่เข้าใครออกใครจริง ๆ สิ่งที่ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจเงื้อง่าราคาแพง ด้วยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อดำเนินการเอาผิดกับพวกที่เกี่ยวข้องกับบ่อนพนันทั้งหลาย มันต้องแลกกับต้นทุนที่ต้องจ่ายด้วยความเสี่ยงของประชาชนที่จะต้องได้รับจากพวกติดเชื้อในบ่อน กรณีบ่อนไก่ที่อ่างทอง อยุธยา และลพบุรี กำลังพ่นพิษเห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากบ่อนเหล่านี้ปรากฏตัวรายวัน ล่าสุด ก็มีการบุกทลายจับบ่อนเย้ยกฎหมายกลางเมืองพัทยา เงินสดที่ยึดได้นับสิบล้านบาท

อรชุน

ผลประโยชน์มันไม่เข้าใครออกใครจริง ๆ สิ่งที่ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจเงื้อง่าราคาแพง ด้วยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อดำเนินการเอาผิดกับพวกที่เกี่ยวข้องกับบ่อนพนันทั้งหลาย มันต้องแลกกับต้นทุนที่ต้องจ่ายด้วยความเสี่ยงของประชาชนที่จะต้องได้รับจากพวกติดเชื้อในบ่อน กรณีบ่อนไก่ที่อ่างทอง อยุธยา และลพบุรี กำลังพ่นพิษเห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากบ่อนเหล่านี้ปรากฏตัวรายวัน ล่าสุด ก็มีการบุกทลายจับบ่อนเย้ยกฎหมายกลางเมืองพัทยา เงินสดที่ยึดได้นับสิบล้านบาท

ท่ามกลางสถานการณ์ที่รัฐบาลย้ำนักย้ำหนาว่าบรรดาพวกลักลอบทั้งหลายไม่ว่าจะแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย หรือบ่อนการพนันห้ามมีเด็ดขาด แต่ก็ปรากฏการจับกุมหรือประชาชนแจ้งเบาะแสให้ไปดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง นี่มันสะท้อนให้เห็นว่า มาตรการที่ภาครัฐย้ำหนักแน่นว่าประชาชนจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดนั้น กลับเป็นฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐเสียเองที่หย่อนยานหรือเพิกเฉยเพราะผลประโยชน์มหาศาลที่เป็นตัวยั่วยวน จนทำให้กล้าทำลายความปลอดภัยของประชาชนทั้งประเทศ

ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของประเทศไทยทะลุหลักหมื่นคนไปแล้ว และหากยังปล่อยให้เกิดการลักลอบเช่นนี้ กระบวนการสอบสวนโรคและขอความร่วมมือกับประชาชน หรือจะเรียกว่าการบังคับเห็นได้จากปมแอปพลิเคชันหมอชนะ จะไร้ความหมายไปในทันที เมื่ออีกด้านร่วมมือกันแข็งขัน แต่อีกฟากฝั่งหนึ่งยังคงแสวงหาประโยชน์เข้าพกเข้าห่อโดยใช้ความเมามันของพวกผีพนันและคนเห็นแก่ได้จากการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายมาเป็นตัวแลกเปลี่ยน สถานการณ์ไม่มีวันที่จะดีขึ้นได้

สิ่งที่ปรากฏเป็นข่าว กับกระบวนการที่ดำเนินการกันในพื้นที่ถามว่าสอดคล้องต้องกัน ทันต่อสถานการณ์หรือไม่ บุคลากรทางการแพทย์จำนวนไม่น้อยน่าจะรู้คำตอบได้เป็นอย่างดี ดังนั้น การสร้างวัคซีนป้องกันตัวเองคือ ใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อย ๆ เว้นระยะห่าง ต่าง ๆ ทั้งหลายเหล่านี้อาจไม่เพียงพอ เมื่อกลุ่มความเสี่ยงสำคัญยังไม่หมดไป ประชาชนร่วมมือป้องกันกันอย่างไร มันก็มีโอกาสที่จะถูกเชื้อโรคร้ายโจมตีได้ เพราะตัวกระจายเชื้อโดยเฉพาะพวกที่เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายจะไปถามหาความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างไร

ความจำเป็นเร่งด่วนของการมีวัคซีนจึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องดำเนินการ ที่แจ้งไทม์ไลน์การได้รับวัคซีนจากบริษัทจีนในเดือนกุมภาพันธ์เป็นประเดิม 2 แสนโดส แล้วจะตามมาในเดือนมีนาคมและเมษายนรวม 2 ล้านโดสนั้น มันอาจไม่ทันการณ์ คำถามที่เคยตั้งไว้จึงยังต้องช่วยแสวงหาคำตอบให้ได้โดยเร็วว่า นอกจากจะเปิดกว้างให้รับวัคซีนได้หลายช่องทาง จากที่เคยจะรอรับจากบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า เพียงเจ้าเดียวนั้น รัฐบาลมีช่องทางอื่นที่จะซื้อหาวัคซีนได้เพิ่มขึ้นและเร็วขึ้นหรือไม่

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า สิงคโปร์นั้นได้ทยอยฉีดให้กับประชาชนของเขาไปแล้ว และที่มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ก็จะได้รับวัคซีนและเริ่มฉีดให้ประชาชนของตัวเองเช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้น แม้กระทั่งประเทศอย่างลาวที่เรามองข้ามมาโดยตลอด ก็กำลังจะมีวัคซีนโควิด-19 ไปฉีดให้กับประชาชนของตัวเองเช่นกัน นี่ก็จะเป็นอีกหนึ่งผลงานของการตัดสินใจที่ไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ด้านความปลอดภัยปลอดโรคของคนไทย หรือเป็นเพราะมั่นใจต่อประสิทธิภาพในการป้องกันกันก่อนหน้านี้

ทั้งที่หลังเหตุการณ์ฝีแตกสมุทรสาครเป็นหลักฐานประจานความไม่เอาไหนในแง่วิสัยทัศน์และการวางแผนรับมือความเสี่ยงของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจ ยังจะมาทำให้เห็นถึงความไม่เอาไหนต่อการวางแผนบริหารจัดการเรื่องวัคซีนที่ควรจะได้จะมีในภาวะเวลาที่สมควรอีกต่างหาก สุดท้าย ก็หนีไม่พ้นการจงใจที่ทำให้ล่าช้าและเลือกที่จะภักดีกับวัคซีนเพียงเจ้าเดียวนั้น มีเรื่องของการผูกขาดหรือผลประโยชน์อื่นแอบแฝงอยู่หรือไม่

แน่นอนว่า เสียงวิจารณ์หลังการผ่อนปรนให้ภาคเอกชนที่มีความพร้อมสามารถหาวัคซีนมาให้บริการประชาชนที่มีศักยภาพได้ สะท้อนถึงปัญหาการจัดการความเหลื่อมล้ำที่เป็นเพียงวาทกรรมของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจและคณะ ซึ่งก็น่ายินดีสำหรับผู้ที่มีศักยภาพในการที่จะเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ได้ก่อนใครในประเทศ แต่สำหรับคนยากคนจนที่ถือว่าเป็นผู้เสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อไวรัสร้ายนี้นั้น ท่านผู้นำจะมาทำลอยชายใช้วาจาเชือดเฉือนเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้อีกต่อไป

ท่วงทำนองทางการเมืองที่เคยใช้ได้ผลในช่วงที่ผ่านมาประเภทตีกรรเชียง เลี่ยงบาลี ถามวัวตอบควายนั้น มันใช้ไม่ได้อีกแล้วสำหรับสถานการณ์เวลานี้ จะเห็นได้จากพี่ใหญ่ของท่านผู้นำเองที่ตกม้าตายเอาด้วยสไตล์ตอบคำถามแบบฉบับของตัวเองที่ชอบพูดไม่รู้ ไม่มี พอเจอคำถามของนักข่าวเรื่องบ่อนพนันแล้วตอบแบบเดิม ท้ายที่สุดจึงต้องออกมาแก้ตัวพัลวันแล้วโดยภาระทั้งหลายไปตกใส่บ่าของฝ่ายปฏิบัติการไปเสียฉิบ ช่างเป็นเจ้านายที่รักลูกน้องเสียเหลือเกิน

ขณะที่ซีกรัฐบาลกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ทำให้ไปไม่เป็น ทางด้านพรรคฝ่ายค้านก็ไม่ได้ทำตัวให้เป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนได้แม้แต่น้อย มิหนำซ้ำ ยังกลับทำให้เห็นกระบวนการทำงานที่ไม่สอดประสานเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ปมศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้องให้ถอดถอน สิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.ของพรรคสืบทอดอำนาจให้พ้นจากตำแหน่งปมถูกศาลตัดสินในคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ยื่นโดยพรรคเสรีรวมไทย ด้วยเหตุผลมีส.ส.เพื่อไทยขอถอนชื่อออกไปจากคำร้องนั้น เป็นจุดที่ทำให้คนมองด้วยสายตาหวาดระแวง

แม้จะอ้างกันว่ามีความผิดพลาดเรื่องกระบวนการสื่อสารทั้งจากพรรคต้นเรื่องกับพรรคเพื่อไทย และกระบวนการบริหารจัดการภายในของพรรคนายใหญ่เอง แต่ภาพที่ออกมามันทำให้คนนึกย้อนกลับไปยังข่าวที่เล็ดลอดออกมาก่อนหน้าว่าด้วยประเด็น “ส.ส.ฝากเลี้ยง” รวมไปถึงการต่อจิ๊กซอว์ข่าวที่ชื่อของผู้จัดการรัฐบาลตัวจริงหลุดไปจากโผถูกซักฟอกเมื่อการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหนก่อน เหล่านี้มันไม่น่าจะเป็นความผิดพลาดโดยบังเอิญอย่างแน่นอน

ยิ่งเมื่อมองไปยังการถอนตัวจากการเป็นสมาชิกพรรคของระดับนำหลายรายน่าจะเป็นสัญญาณชัดว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นที่รู้กันว่ากว่าครึ่งค่อนพรรคไม่ได้หวังที่จะมาเป็นส.ส.แล้วนั่งอยู่ซีกฝ่ายค้าน นี่จึงเป็นความโชคดีอีกอย่างของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจ เพราะหากฝ่ายค้านแข็งแรงและทำหน้าที่เต็มเม็ดเต็มหน่วยจริง ในภาวะวิกฤตเช่นนี้เสถียรภาพของท่านผู้นำและรัฐบาลคงสั่นคลอนไปแล้ว แต่ด้วยปัจจัยเช่นนี้ทำให้อยู่กันได้อย่างสบายใจแม้จะถือเผือกร้อนอยู่ในมือก็ตาม