พาราสาวะถี

น่าสนใจ ภายใต้สถานการณ์สหรัฐอเมริกาประกาศหยุดยิงกับอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ท่ามกลางปฏิกิริยาตอบรับเชิงบวก ทั้งราคาน้ำมันที่ลดลง และตลาดหุ้นเด้งขึ้น


น่าสนใจ ภายใต้สถานการณ์สหรัฐอเมริกาประกาศหยุดยิงกับอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ท่ามกลางปฏิกิริยาตอบรับเชิงบวก ทั้งราคาน้ำมันที่ลดลง และตลาดหุ้นเด้งขึ้น แต่ อนุทิน ชาญวีรกูล กลับเลือกที่จะ ปิดวาจา” ไม่ตอบคำถามใด ของนักข่าว ไม่รู้ว่ามีหมอดูหรือโหราจารย์สำนักไหนทักมา ถ้าจะมีเรื่องให้คิดหนักคงจะเป็นกรณี “เสี่ยขิง” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีพลังงาน เรียก 6 โรงกลั่นคุยเพื่อขอความร่วมมือในการลดค่าการกลั่น แต่ มี 2 โรงไม่ยินดีให้ความร่วมมือ นี่กระมัง ที่ทำให้นายกรัฐมนตรีต้องคิดหนัก

จะว่าไปจากท่วงทำนอง และท่าทีที่ไม่ได้แยแสใส่ใจต่อการขึ้นราคามหาโหดที่ผ่านมา ประเด็นแค่นี้ไม่น่าจะทำให้ต้องถึงกับปิดปากไม่ยอมพูดจา มาถึงตรงนี้ประชาชนคนเลิกหวังกันไปแล้วที่จะได้รับความเห็นอกเห็นใจจากผู้มีอำนาจต่อการที่จะพยุงราคาน้ำมัน ในเมื่ออ้างสถานการณ์ตะวันออกกลาง กระทั่งทำให้ราคาดีเซลแรงแพงทะลุเบนซินไปแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมารู้สึกรู้สาอะไร ความเดือดร้อนทั้งหลายก็ รอให้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จ เร่งเดินหน้าบรรดาประชานิยมจำแลงโดยเฉพาะคนละครึ่งพลัส เพื่อเรียกคะแนนนิยม ก็เท่านั้น

ในเมื่อมั่นใจต่อองคาพยพที่สนับสนุน รวมถึงพลังวิเศษที่เป็นแบ็กอัพก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเกรงกลัวอะไร ทุนก็ถอนคืนกันแทบจะทบต้นทบดอกจากการขึ้นราคาน้ำมันแบบลักหลับไปแล้ว ไม่เห็นจะต้องมาเดือดเนื้อร้อนใจอะไรกับเสียงนกเสียงกาทั้งหลาย ทุกอย่างเป็นไปจากที่ได้ป่าวประกาศหาเสียงไป “รวยไม่ไหวแล้ว” จึงไม่จำเป็นอินังขังขอบต่อความทุกข์ใด ๆ ของประชาชน สิ่งที่พูดเป็นเพียงแค่วาทกรรมเรียกคะแนนนิยมเท่านั้น เพราะความจริงก็รู้กันอยู่ แวดวงอนุรักษ์นิยมและชนชั้นอีลิทไม่เคยมองเห็นหัวประชาชน อยู่แล้ว

จะเห็นความสำคัญก็ แค่เครื่องมือสร้างความชอบธรรม ที่ถูกนำมาอ้างอย่างกรณีผลของการเลือกตั้งว่าได้รับความไว้วางใจจากประชาชนตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น ผลจากการขึ้นราคาน้ำมันกันแบบสวาปามหน้ามืด มันเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของกลไกที่วางแผนกันไว้ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาว่าเป็นไปในรูปแบบใด จะมีก็แต่พวกสาวกที่หลับหูหลับตาเชียร์เท่านั้น ที่เชื่อว่าเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ โปร่งใส หรือไม่ก็รู้อยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ได้รับผลประโยชน์ทั้งส่วนตัวและคนในวงศ์ตระกูลจึงทำเป็นพวกหูทวนลมเท่านั้น

หรือความจริงการปิดวาจาของเสี่ยหนูไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ สงบปากสงบคำไว้เพื่อที่จะได้พูดทีเดียวในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ (9 เมษายน) โดยนายกฯ มีเวลาถึงชั่วโมงครึ่ง ซึ่งทั้งหมดนอกเหนือจากร่างถ้อยแถลงที่เตรียมการไว้แล้ว จะเป็นอีกเวทีที่ท่านผู้นำจะได้แสดงต่อหน้าประชาชนชี้แจงต่อปัญหาราคาน้ำมันที่เกิดขึ้น ความจำเป็นที่จะต้องผลักภาระให้ประชาชน โดยใช้แผนแก้ปัญหาตามมีตามเกิดกันไปก่อน ด้วยข้ออ้างเป็นรัฐบาลรักษาการ เมื่อมาทำหน้าที่รัฐบาลอำนาจเต็มแล้ว จะโชว์ศักยภาพขจัดปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้เต็มที่

จะว่าไปปัญหาเรื่องความร่วมมือจากโรงกลั่น หากวัดจากปฏิกิริยาของอนุทิน ถ้าจะเป็นความไม่พอใจต่อการไม่ยินดีให้ความร่วมมือก็ไม่น่าจะใช่ เพราะคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงหรือ กบน.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ได้ใช้อำนาจตามพระราชกำหนดแก้ไขแลป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.. 2516 มีมติให้ลดราคาค่าการกลั่นดีเซล B7 และ B20 หน้าโรงกลั่นลิตรละ 2 บาท อันจะส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกหน้าปั๊มลดราคาลิตรละ 2.14 บาท (รวมแวต)

หรือจะเป็นเรื่อง ความกังวลต่อท่าทีอันแข็งกร้าวของรัฐมนตรีพลังงาน ที่ได้แสดงต่อบรรดาโรงกลั่นทั้งหลาย เมื่อเจ้าตัวยืนยันหลักการข้อกฎหมาย และการตัดสินใจที่ถูกต้อง โดยย้ำว่าคณะกรรมการบริหารสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงหรือ คตร.ได้ทำการตรวจสอบ ตัวเลขค่าการกลั่น หรือ GRM ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พบว่าสูงผิดปกติทะยานไปถึงเฉลี่ย 7 บาทต่อลิตร เทียบกับค่าเฉลี่ยปกติย้อนหลัง 5 ปีที่อยู่เพียง 2.40 บาทต่อลิตร

เมื่อชำแหละต้นทุนพบว่า แม้จะมีต้นทุนส่วนเพิ่มในยามสงคราม War Premium เช่น ค่าประกันภัยและค่าขนส่งที่แพงขึ้นราว 3 บาทต่อลิตร แต่เมื่อนำไปหักออกจาก 7 บาท โรงกลั่นก็ยังมีค่าการกลั่นสูงถึง 4-5 บาทต่อลิตร ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ปกติ 2-3 บาทอยู่ดี ดังนั้น การมีมติให้ลดค่าการกลั่นหน้าโรงงานลิตรละ 2 บาทจึงสมเหตุสมผล ส่วนคำถามที่ว่าโรงกลั่นต่างชาติอาจจะฟ้องร้องรัฐมนตรีเรื่องนี้ เอกนัฏถึงกลับบอกว่า หากอ่านภาษาไทยไม่เข้าใจ ให้ไปดูคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ปี 2562

นั่นก็คือ การแก้ปัญหาครั้งนี้ กบง.มีมติให้เพิ่มกลไกใหม่ขึ้นมาขนานกับกองทุนน้ำมันฯ โดยการกำหนดราคาหน้าโรงกลั่น โดยใช้อำนาจตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.. 2516 ซึ่งคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ปี 2562 ได้ให้อำนาจ กบง.ในการกำหนดเงื่อนไขและราคาหน้าโรงกลั่นในสถานการณ์ที่ไม่ปกติได้ การแทรกแซงครั้งนี้ จึงเป็นการลดราคาหน้าโรงกลั่นลง 2 บาทต่อลิตร เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภค รัฐมนตรีพลังงานในฐานะประธานกบง.ก็ใช้อำนาจตามนั้นอย่างชัดเจน มีฐานอำนาจทางกฎหมายรองรับแน่นอน

อย่างที่บอกว่าด้วยความที่พรรคสีน้ำเงินซึ่งมีฐานหนุนสำคัญจากอนุรักษ์นิยมและชนชั้นอีลิท การประกาศกร้าวด้วยการใช้กฎหมายเป็นตัวจัดการปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนของเสี่ยขิง อาจสร้างไม่พอใจให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ จนแสดงความรู้สึกหรือแจ้งความไม่พอใจผ่านมาทางท่านผู้นำ จึงทำให้ต้องปิดวาจาเป็นการชั่วคราว เรื่องของน้ำมันเห็นกันอยู่ ไม่ว่าจะอธิบายยังไง ด้วยความที่บุคคลเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาก่อนหน้า ทำให้คนส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นการแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก นั่นจึงเป็นสิ่งที่ทำให้อนุทินตกอยู่ในภาวะน้ำท่วมปาก กางปีกปกป้องมากสุดท้ายจะวกเข้าตัวเอง

อรชุน

Back to top button