NRF ติดปีกอี-คอมเมิร์ซ

หุ้นบริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF เป็นหุ้นนิวเทรนด์ที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ มาด้วยความร้อนแรง ได้รับความสนใจจากนักลงทุนค่อนข้างมาก...

สำนักข่าวรัชดา

หุ้นบริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF เป็นหุ้นนิวเทรนด์ที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ มาด้วยความร้อนแรง ได้รับความสนใจจากนักลงทุนค่อนข้างมาก…

ส่งผลให้ราคาหุ้น NRF ไต่ระดับขึ้นต่อเนื่อง จนถึงวันนี้ราคาปรับเพิ่มขึ้นไปแล้ว 43% จากราคาไอพีโอที่ 4.60 บาท

แหม๊..น่าอิจฉาคนที่มีหุ้น NRF ติดอยู่ในพอร์ต ณ ราคาไอพีโอเนอะ ป่านนี้คงรวยเละไปแล้ว…

NRF เป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหาร อาหารสำเร็จรูป อาหารมังสวิรัติที่ไม่มีส่วนผสมของไข่และนม อาหารโปรตีนจากพืช และเครื่องดื่มสำเร็จรูปชนิดผงและน้ำ โอเค…แม้จะมีฐานลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เป็นนีชมาร์เก็ต…แต่เป็นธุรกิจที่อยู่ในเทรนด์เติบโต เป็นเทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับวิถีคนยุคใหม่ที่หันมาดูแลใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น

ทำให้ที่ผ่านมา NRF สร้างการเติบโตได้ดี…โดยช่วง 9 เดือนแรกปี 2563 ตุนกำไรสุทธิไว้แล้ว 89 ล้านบาท จากเดิมทำได้ 33 ล้านบาท

ดังนั้น ถ้าไม่ไปสะดุดขาตัวเองซะก่อน ก็พออนุมานได้ว่า ปี 2563 น่าจะเป็นปีทองของ NRF อะนะ…

ขณะที่พัฒนาการล่าสุด เตรียมทุ่มเงินลงทุนเพิ่มอีก 10 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 299.3 ล้านบาท จากเดิม 7 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมทั้งสิ้น 17 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 508.8 ล้านบาท เพื่อลงทุนเพิ่มในบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท เอ็นอาร์เอฟ คอนซูเมอร์ จำกัด (NRF Consumer) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท และบริษัท Boosted Ecommerce, Inc. (Boosted) ซึ่งเป็นบริษัทในประเทศสหรัฐอเมริกา

โดยบริษัทร่วมทุนดังกล่าว จะลงทุนในธุรกิจ Branded e-commerce บนเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซชื่อดัง Amazon.com ที่มีผลิตภัณฑ์อยู่ในกลุ่ม Ethnic Food, Plant-Based Food, Functional Product ซึ่ง NRF มีศักยภาพในการแข่งขันอยู่แล้ว โดยโครงสร้างการถือหุ้น…NRF Consumer จะถือหุ้น 55% ส่วน Boosted ถือหุ้น 45%

เบื้องต้นบริษัทร่วมทุนจะเข้าซื้อสินทรัพย์ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ ภายใต้แบรนด์ Prime Labs ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ด้าน Functional ชั้นนำที่ขายอยู่บน Amazon.com ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตดี

ดู ๆ ไปอนาคตก็สดใสซาบซ่าอยู่นะ…

นั่นแปลว่า บริษัทร่วมทุนดังกล่าวน่าจะช่วยปั๊มรายได้และกำไรให้กับ NRF ได้เป็นกอบเป็นกำน่ะสิ…ซึ่งในแง่ผลตอบแทนจากเงินลงทุนก็ว่ากันไป

แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้น 1) เป็นการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายไปสู่ตลาดอี-คอมเมิร์ซ ไดเร็กถึงลูกค้าโดยตรง นั่นหมายถึงยอดขายก็น่าจะมากขึ้นด้วย

2) ทำให้คนรู้จักสินค้าของ NRF มากขึ้น มีความกว้างของตลาด เนื่องจาก Amazon.com เป็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซชื่อดังระดับโลก

ที่สำคัญจะทำให้ NRF สามารถเข้าถึงฐานข้อมูลลูกค้า และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หลากหลาย ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละตลาด

อย่าลืมว่า ในยุคที่ผู้บริโภคมีความต้องการที่ซับซ้อนมากขึ้น การมีฐานข้อมูลลูกค้าอยู่ในมือ มีค่ายิ่งกว่าทองคำอีกนะ…เพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การต่อยอดพัฒนาสินค้าและบริการให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายได้…

แหม๊…เข้าทำนองยิงปืนนัดเดียวได้นกทั้งฝูงเลยนะเนี่ย…

ก็ถือเป็นกลยุทธ์ในการบุกตลาดโลกผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ซที่น่าสนใจ

แต่คำตอบสุดท้ายจะซัคเซสแค่ไหน..? ต้องติดตามตอนต่อไป

…อิ อิ อิ…