
TFG สู่รากเหง้าเกษตร
ย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว หุ้นไก่ ๆ หมู ๆ อย่างบริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG อยู่ในภาวะไม่ค่อยสู้ดีเอาซะเลย มีผลประกอบการย่ำแย่มาหลายปีต่อเนื่อง
ย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว หุ้นไก่ ๆ หมู ๆ อย่างบริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG อยู่ในภาวะไม่ค่อยสู้ดีเอาซะเลย มีผลประกอบการย่ำแย่มาหลายปีต่อเนื่อง จนถึงขั้นต้องรื้อโครงสร้างใหม่ ต้องดึง “เชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์” ฉายานักการเงินมือทอง มาช่วยกอบกู้วิกฤตในช่วงปี 2559..!!
ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย จนสถานการณ์ค่อย ๆ กระเตื้องขึ้นตามลำดับ
กระทั่งปลายปี 2561 หลังเสร็จสิ้นภารกิจ “เชิดศักดิ์” ก็เฟดตัวเองออกไป โดยมี “วินัย เตียวสมบูรณ์กิจ” เข้ามาแทนที่…
หลังจาก TFG ปรับโครงสร้างใหญ่ ก็เห็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจ จากเดิมขายไก่สด ขายหมูสด ก็แตกไลน์ไปทำผลิตภัณฑ์ที่เป็นปลายโปรดักส์มากขึ้น อาทิ ลูกชิ้นไก่ ลูกชิ้นหมู ไส้กรอกไก่ ไส้กรอกหมู ฯลฯ เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด และลดความเสี่ยงของโปรดักส์ไก่และหมูที่ราคาผันผวนตามฤดูกาล
เมื่อมีปลายโปรดักส์แล้ว ก็ต้องมีแชนเนลหรือช่องทางจำหน่ายของตัวเอง เลยเป็นที่มาของการรุกคืบสู่ธุรกิจค้าปลีก ภายใต้ชื่อ “ไทยฟู้ดส์ เฟรซ มาร์เก็ต” (Thaifoods Fresh Market) ซึ่ง ณ สิ้นปี 2568 มีจำนวน 615 สาขา และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 850 สาขาภายในปี 2569 นี้
รวมทั้งการรุกคืบสู่ธุรกิจไฟแนนซ์ หรือนายทุนปล่อยกู้ ด้วยการปล่อยกู้สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อจำนำทะเบียน ผ่านแอปพลิเคชัน “มันนี่ฮับ” (Money Hub)
ทำให้ภาพของ TFG เปลี่ยนไปเยอะ มีรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น โครงสร้างรายได้ไม่ยึดติดกับไก่และหมูมากจนเกินไป…
ตอกย้ำได้จากผลการดำเนินงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่เติบโตแข็งแกร่ง ทำนิวไฮต่อเนื่อง โดยปี 2567 มีรายได้รวมอยู่ที่ 66,007.15 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,143.81 ล้านบาท ขณะที่ปี 2568 มีรายได้รวมทะลุ 73,357.56 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิปาไป 7,440.84 ล้านบาท
มาถึงวันนี้เกิดจุดเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อ TFG ตัดสินใจก้าวไปสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับต้นน้ำเกษตรกรรม นั่นคือ ธุรกิจโรงสีและขายข้าวเปลือก ข้าวสาร และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปข้าวทุกชนิด ผ่านการจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ที่ชื่อ บริษัท ไทยฟูดส์ ไรซ์ อะกริเกรด จำกัด มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท
ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวที่น่าจับตาของ TFG เพราะจากรากเหง้าเป็นพ่อค้าไก่ พ่อค้าหมู มาวันนี้ขยับไปสู่บทบาทพ่อค้าข้าว (ข้าวเปลือก ข้าวสาร) ในฐานะเจ้าของโรงสีเต็มตัว..!!
จุดที่น่าสนใจ นอกจากเป็นการเพิ่มรายได้แหล่งใหม่ให้กับบริษัท จากการขายข้าวสาร ข้าวเปลือก และอีกสารพัดข้าวแล้ว…สิ่งที่ตามมา บายโปรดักส์อย่างรำข้าว สามารถนำไปใช้ผสมอาหารสัตว์ ซึ่ง TFG ทำธุรกิจอาหารสัตว์ เพื่อป้อนให้กับฟาร์มของตัวเอง และคอนแทรคฟาร์มมิ่งในเครืออยู่แล้ว ซึ่งจะทำให้ต้นทุนอาหารสัตว์ถูกลง ทำให้มีมาร์จิ้นที่ดีขึ้น
ไม่เท่านั้น บายโปรดักส์อื่นยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ เช่น แกลบ สามารถขายไปเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล ทำถ่านอัดแท่ง วัสดุปรับปรุงดิน ทำวัสดุรองพื้นคอกสัตว์ ส่วนปลายข้าว นำไปทำโจ๊ก เส้นก๋วยเตี๋ยว แป้งข้าวเจ้า ขนมว่าง หรืออาหารสัตว์ ขณะที่จมูกข้าว สามารถนำไปแปรรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ส่วนจะขายต่อ หรือพัฒนาเป็นโปรดักส์ใหม่ก็ว่ากันไป…
งั้นการคืนสู่รากเหง้าเกษตรฯ ของ TFG ครั้งนี้ ก็ได้หลายต่อนะสิ..!!
ซึ่งน่าจะช่วยสร้างการเติบโตให้กับ TFG ได้ไม่มากก็น้อย…เชื่อหัวไอ้เรืองสิ
ไอ้ที่เห็นกำไรเติบโตดีอยู่แล้ว ก็คงเติบโตมากขึ้นไปอีกแหง ๆ..!?
คงต้องยกให้ TFG เป็นอีกตัวอย่างบริษัทที่ไม่หยุดนิ่ง…เดินหน้าไขว่คว้าหาโอกาสใหม่ต่อเนื่อง ทำให้ภาพของ TFG ในวันนี้ จะไม่ใช่แค่หุ้นไก่ ๆ หมู ๆ อีกต่อไป แต่เป็นหุ้นที่มีความครบเครื่องครบรสมากขึ้น
อย่างนี้ต้องมีไว้ติดพอร์ตเสียแล้วกระมัง..!?
แต่ถ้ายังไม่เข้าตา..ก็ไม่ว่ากัน
นานาจิตตัง…
…อิ อิ อิ…