ปิดเกมให้เป็น!

* อันที่จริง “โมนิก้า” ไม่ได้มีเจตนาบั่นทอนจิตใจของนักลงทุนหรอกนะ ! แต่ที่เกริ่นนำเรื่องแบบนี้เพราะต้องการให้ผู้เล่นได้เห็นการพุ่งพรวดของหุ้นหลายตัวพุ่งค่อนข้างเร็วไป และยังตั้งอยู่บนความหวังที่ไม่รู้จะเป็นจริงเมื่อไหร่ (โควิดระบาดระลอกใหม่ อาจทำให้แผนงานผิดไปจากเป้า) เดี๊ยนเลยอยากให้แฟนคลับได้เข้าใจการปิดเกมของตัวเอง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนก็เท่านั้นเอง

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

* อันที่จริง “โมนิก้า” ไม่ได้มีเจตนาบั่นทอนจิตใจของนักลงทุนหรอกนะ ! แต่ที่เกริ่นนำเรื่องแบบนี้เพราะต้องการให้ผู้เล่นได้เห็นการพุ่งพรวดของหุ้นหลายตัวพุ่งค่อนข้างเร็วไป และยังตั้งอยู่บนความหวังที่ไม่รู้จะเป็นจริงเมื่อไหร่ (โควิดระบาดระลอกใหม่ อาจทำให้แผนงานผิดไปจากเป้า) เดี๊ยนเลยอยากให้แฟนคลับได้เข้าใจการปิดเกมของตัวเอง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนก็เท่านั้นเอง

* โดยเฉพาะในกลุ่มของหุ้นที่ปรับตัวขึ้นลอย ๆ พร้อมเอาสตอรี่ในอนาคตมาปั่นกระแส ถือเป็นจุดเสี่ยงที่นักเล่นต้องเข้าใจวงรอบของธุรกิจให้ทะลุปรุโปร่ง ไม่ว่าจะเป็นการการเริ่มฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก มักทำให้สินค้าคอมมูดิตี้ (น้ำมัน ยาง ถั่วเหลือง ปาล์ม) มาแรงแซงทางโค้งก่อนใครเพื่อน ต่อจากนั้นจะเริ่มเห็นหุ้นแบงก์ และหุ้นไฟแนนซ์ โผล่ขึ้นมาโชว์ตัวเหมือนการประกวดนางงามจักรวาลเลยล่ะค่ะ

* ต่อจากนั้นจะเริ่มเห็นหุ้นอสังหาฯ เริ่มมีการขยับตัวให้เห็นเป็นระยะ พ่วงด้วยหุ้นรับเหมาก่อสร้างที่จะเริ่มโชว์เพาเวอร์ให้เห็นประปราย และหุ้นในส่วนนี้จะเชื่อมโยงกับหุ้นวางระบบคมนาคม และโทรคมนาคม โดยจังหวะนี้จะได้เห็นหุ้นสื่อสารแสดงบทบาทพระเอกมากขึ้นเรื่อย ๆ “โมนิก้า” ถึงต้องกลับมาย้ำเรื่องพรรค์นี้อีกครั้ง เพราะหลายคนกำลังหลงระเริงกับแสงสีเขียว ๆ จนพลาดโอกาสขายหุ้นเพื่อทำกำไรนะซี

* สำหรับหุ้นไฟฟ้ายังเป็นทางเลือกที่ดี “ทุกยุค ทุกสมัย” เพราะมีคุณลักษณะทนแรงเสียดทานทางเศรษฐกิจได้ค่อนข้างดี บวกกับทุกครั้งที่ตลาดหุ้นเริ่มกระชากขึ้นใหม่ มักเห็นหุ้นเหล่านี้พร้อมใจกันเดินพาเหรดอย่างถ้วนหน้า “โมนิก้า” ถึงมองการวิ่งขึ้นของดัชนีมายืนปิดที่ระดับ 1,536.44 จุด บวกไป 22.66 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.25 แสนล้านบาท ทำให้ตลาดหุ้นไทยเข้าสู่เขตซื้อมากเกินไปอย่างเต็มตัวแล้วนะจ๊ะ

* โดยเฉพาะในรายของหุ้นร้อน DELTA ยังแสดงอิทธิฤทธิ์แบบไม่ยี่หระสังคม และยังเย้ยตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยการดันหุ้นขึ้นมาปิดที่ระดับ 718 บาท บวกไป 154 บาท หรือขึ้นไป 27% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.83 พันล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องท้าทายอำนาจของหน่วยงานอย่างแท้จริง เพราะของมันเห็นกันทนโท่ว่า ไม่มีอะไรเป็นแบ็กอัพการทะยานขึ้นของหุ้นแม้แต่นิดเดียว จึงกลายเป็นเกมปั่นหุ้นแบบสุดโต่งในทันทีพะยะค่ะ

* ส่วนในรายของหุ้นถ่านหิน BANPU ทำท่าเหมือนจะไปได้สวยสุด ๆ และขาลุยกำลังอยู่ในอาการฟินสุด ๆ แต่ทันทีที่มีข่าวหลุดออกมาว่า ราคาถ่านหินในตลาดโลกเริ่มย่อตัวอีกครั้ง ราคาหุ้นก็ทรุดฮวบลงมาปิดที่ระดับ 9.60 บาท ลบไป 1.30 บาท หรือลงไป 12% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.41 พันล้านบาทอย่างรวดเร็ว พร้อมกับทำลายความมั่นใจของนักเล่นลงไปแบบนี้..จบเกมซิค่ะ

* เหมือนกับเกมหุ้นของน้องแบม BAM ที่ช่วงหลัง ๆ แกว่งตัวออกด้านข้างเป็นส่วนใหญ่ ก็มาจากผลงานไม่โตตามธรรมชาติ บวกกับความสามารถในการแข่งขัน (วันนี้กินบุญเก่าอยู่) ก็เป็นรองเจ้าอื่น ๆ ในตลาดหุ้น “โมนิก้า” เลยไม่แปลกใจที่เห็นหุ้นลงมายืนปิดที่ 21.40 บาท ลบไป 0.60 บาท หรือลงไป 2.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.07 พันล้านบาท เพราะกรอบเล่นที่เซฟสุด ๆ อยู่แค่ 20-23 บาทเท่านั้นเองจ้า !

* คล้ายกับกรณีของ SMT จู่ ๆ พุ่งกระฉูดแบบไม่หยุดฉุดไม่อยู่ จนขึ้นมาปิดที่ 4 บาท บวกไป 0.66 บาท หรือขึ้นไป 19.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 470 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเกมที่เลยเถิดกันไปหน่อยในเวลานี้ แถมเมื่อเหลือบดูค่า P/E ที่เทรดในระดับ 94 เท่า ย่อมมีความเสี่ยงที่หุ้นจะถูกสาดทิ้งในเร็ว ๆ นี้ เดี๊ยนเลยเม้าท์ได้แค่ว่า “ผิดไปจากนี้ไม่ใช่เรา” เพราะเราไม่ชอบอะไรที่หวือหวาเกินการควบคุมนะซี

* ก่อนจากกันวันนี้ “โมนิก้า” ขอเป็นกาวใจให้กับทุกฝ่ายเพื่อช่วยกันฝ่าวิกฤติโควิดระบาดระลอกใหม่ เพราะการเอาแต่ตั้งแง่ไปหมดทุกเรื่อง ไม่สามารถทำให้อะไรดีขึ้นได้หรอก ! เดี๊ยนเลยอยากให้มองความจริงอีกด้านหนึ่งว่า ถ้าทุกคนร่วมมือกันทำ (เดี๊ยนขอชมเชยบริษัทในตลาดหุ้นที่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่) ในไม่ช้าประเทศไทยจะกลับมาน่าอยู่เหมือนเดิม และขอปรบมือดัง ๆ เพื่อเป็นการให้กำลังใจกับทุกคนที่พยายามทำให้ประเทศไทยดีขึ้นเจ้าค่ะ