ดักเก็บ 4 หุ้นโรงพยาบาลตัวท็อป! รับอานิสงส์บริการวัคซีนโควิด-กำไร Q4 โตเด่น แถม Laggard

ดักเก็บ 4 หุ้นโรงพยาบาลตัวท็อป! รับอานิสงส์บริการวัคซีนโควิด-กำไร Q4 โตเด่น แถม Laggard


ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจและรวบรวมข้อมูลกลุ่มการแพทย์ที่คาดว่าจะได้อานิสงส์การพัฒนาวัคซีน Covid-19 มีความคืบหน้าต่อเนื่อง ขณะที่รัฐบาลเผยกรอบเวลาจัดหาวัคซีน และคาดอย. ไทยจะอนุมัติขึ้นทะเบียน 14 ก.พ. ถึงจะเริ่มฉีดให้กับกลุ่มที่มีความเสี่ยง จากปัจจัยดังกล่าวถือเป็นเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล เนื่องหุ้นกลุ่มนี้ได้อานิสงส์ทั้งจากการรบตรวจ COVID-19 ระลอกใหม่ และโอกาสที่จะเกิดขึ้นจากการบริการวัคซีน COVID-19 ในระยะถัดไป โดย บล.เอเซีย พลัส และ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ได้ระบุในบทวิเคราะห์ดังนี้

บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แม้ผู้ติดเชื้อทั่วโลก และไทยยังเป็นประเด็นที่มีน้ำหนัก แต่ข่าวดีจากความคืบหน้าวัคซีน Covid-19 มีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ASPS เชื่อว่าจะเป็นหนุนตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้เริ่มจาก

ในต่างประเทศ

1.) ความสำเร็จล่าสุด มีบริษัทที่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) และอย.ของแต่ละประเทศ 3 บริษัท Pfizer และ Moderna, Astrazenega และคาดวาจะได้รับการอนุมัติเพิ่มมาจากบริษัทที่พัฒนาอยู่ในเฟสสุดท้าย (เฟส 3) รวมกันราว 20 บริษัท ถัดไปตลาดคาด Sinovac , Johnson & Johnson และผลวัคซีนของ Pfizer สามารถป้องกัน Covid ครอบคลุมหลายสายพันธ์ อาทิ อังกฤษ, แอฟริกา ถือเป็น Sentiment บวก

2.) จำนวนผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีน (Pfizer, Moderna ฯลฯ) เพิ่มขึ้น : ณ สิ้นปี 2563 ทั่วโลกได้รับการฉีดวัคซีนรวมกันราว 3 ล้านคน  (1 คน ฉีด 2 โดส) ล่าสุด 10 ม.ค. มีการฉีดสะสมรวมกัน 12 ล้านคน (หรือ 0.02ของประชากรโลกทั้งหมด 7.6 พันล้านคน ) โดยคาดจะมีการฉีดอย่างต่อเนื่อง อิงวารสารการแพทย์ British Medical Journal (BMJ) คาดสิ้นปี 2564 ทั่วโลกจะได้ฉีดวัคซีนรวม 5.96 พันล้านราย (ราว76 ของประชากรโลก)

ในส่วนของไทย : กระแสข่าวจะได้วัคซีนมีอย่างต่อเนื่อง ถือเป็น Sentiment (+) ต่อตลาดหุ้น คือรัฐบาลเผยกรอบเวลา เริ่มจาก 1.) จัดหาวัคซีน SINOVAC (จีน) และคาดอย. ไทยจะอนุมัติขึ้นทะเบียน 14 ก.พ. ถึงจะเริ่มฉีดให้กับกลุ่มที่มีความเสี่ยง อาทิ แพทย์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว และรัฐบาลตั้งเป้าสิ้นปี 2564 จะมีผู้ได้ฉีดวัคซีนเกินครึ่งประเทศหรื 50% ของประชากรไทย โดยรวมกับวัคซีนที่จะมีอย่างต่อเนื่องจากนี้

รวมถึง ล่าสุด กรณีรพ.เอกชนที่จะนำวัคซีนโควิด-19 เขามาให้บริการ สั่งผ่านตัวแทนจำหน่ายที่แต่งตั้งในไทยของผู้ผลิตวัคซีนปัจจุบันรอให้ตัวแทนขึ้นทะเบียนขออนุญาตกับ อย. คาดจะมีพัฒนาการ

โดยเชื่อว่าจะเป็นบวกต่อ หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ลงทุน “เท่าตลาด” เลือก BDMS (FV@B24) และ PR9(FV@B11) เป็น Top picks กลุ่ม และยังแนะนำซื้อ BCH (FV@B19) จากการปรับตัวได้ดี หนุนได้อานิสงส์ระยะสั้น จากการรับตรวจ COVID-19 ระลอกใหม่และโอกาสที่จะเกิดขึ้นจากการบริการวัคซีน COVID-19 ในระยะถัดไป

 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า  (+) กลุ่มการแพทย์ ยังเป็นกลุ่มที่ Laggard ตลาดโดยปี 2563 SETHELTH 16% เทียบกับ SET ที่ 8% ส่วน YTD +5% เทียบกับ SET ที่ +6% แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/2563 คาดยังโตเด่น เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่รับประกันสังคมและมีฐานลูกค้าคนไทยสูง รวมถึงการระบาดของ RSV ทำให้คาดว่ามีโอกาสปรับตัวขึ้นเป็นกลุ่มถัดๆไป ให้น้ำหนักการลงทุน Overweight โดยชอบ CHG (ราคาเป้าหมาย 3.30) BCH (ราคาเป้าหมาย 20 บาท) และ BDMS (ราคาเป้าหมาย 27 บาท) ตามลำดับ

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน

Back to top button