ACG รุกงานบริการ ‘ก้าวสู่ความสดใส’

ในปี 2564 โอกาสการเติบโตของ ACG อาจมีมากขึ้น จากการเพิ่มสัดส่วนรายได้ธุรกิจให้บริการมากขึ้น นอกเหนือจากธุรกิจให้บริการซ่อมบำรุงที่มีอยู่ตามสาขาของบริษัท

คุณค่าบริษัท

ในปี 2564 โอกาสการเติบโตของ บริษัท ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ACG อาจมีมากขึ้น… โดยคาดมาจากการเพิ่มสัดส่วนรายได้ธุรกิจให้บริการมากขึ้น ทั้งนอกเหนือจากธุรกิจให้บริการซ่อมบำรุงที่มีอยู่ตามสาขาของบริษัทซึ่งปัจจุบันมีอยู่ทั้งสิ้น 9 สาขา

ขณะเดียวกัน ในปี 2564 บริษัทยังวางแผนเตรียมเปิดให้บริการศูนย์ซ่อมรถยนต์แบบเร่งด่วน (FASTFIT) ภายใต้ชื่อว่า “ออโตคลิกบายเอซีจี” ซึ่งจะรองรับการซ่อมรถยนต์แบบเร่งด่วนทุกยี่ห้อ โดยเบื้องต้นบริษัทวางแผนจะเปิดให้บริการสาขาแรกในเดือนมีนาคม 2564 และขยายเพิ่มเป็น 6 สาขาในปีนี้

ขณะที่ สัดส่วนรายได้หลักของ ACG อย่างธุรกิจจำหน่ายรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งคาดยังโตต่อได้หลังรถยนต์ฮอนด้ายังได้รับความนิยมสะท้อนจากยอดขายรถยนต์นั่ง 11 เดือนปี 2563 ที่ผ่านมา ที่ครองอันดับ 1 และการเปิดตัวรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใหม่ในเดือน พ.ย. 2563 จำนวน 2 รุ่น ภายใต้ “เดอะ ซิตี้ ซีรีส์” ซึ่งได้แก่ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ๊ก ใหม่ และฮอนด้า ซิตี้ อี:เอซอีวี ใหม่ ก็ได้รับกระแสการตอบรับที่ดีเช่นกัน

ผลข้างต้นทำให้ทาง บล.ฟิลลิป คาด ACG จะได้รับอานิสงส์บวกจากยอดขายรถยนต์ฮอนด้าดังกล่าว ซึ่งคาดจะช่วยผลักดันผลดำเนินงานโตสดใสในช่วงไตรมาส 4/2563 และต่อเนื่องไปยังไตรมาส 1/2564

ประกอบกับ มองแนวโน้มการเติบของธุรกิจ ACG ในปี 2564 แม้ว่าจะยังมีความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ประเมินว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะคลี่คลายลงและดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ท่ามกลางความคาดหวังต่อวัคซีนต้านโควิด-19 ที่กำลังจะเริ่มเข้ามาตั้งแต่เดือน ก.พ. 2564 เป็นต้นไป

บวกกับแผนธุรกิจปี 2564 ที่เบื้องต้นทาง ACG วางแผนขยายสาขาของบริษัทอีก 2 สาขา และเปิดตัวธุรกิจใหม่อย่าง “ออโตคลิกบายเอซีจี” อีก 6 สาขา ซึ่งคาดจะช่วยหนุนรายได้และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มสัดส่วนธุรกิจรายได้จากการให้บริการซึ่งมีความสามารถทำกำไรที่ดีกว่าธุรกิจขายรถยนต์

ทั้งนี้ ทำให้ประเมินกำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 53 ล้านบาท คาดโตเด่น 43.9% จากงวดเดียวกันของปีก่อน จากฐานกำไรที่ต่ำในปี 2563 ซึ่งเบื้องต้นคาดไว้ที่ 37 ล้านบาท ภายใต้สมมติฐานรายได้จากการขายและการให้บริการคาดเติบโต 9.6% จากงวดเดียวกันของปีก่อน บวกกับต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจากการบริหารสินค้าคงคลังที่ดีขึ้น

สุดท้ายมีการประเมินราคาพื้นฐานปี 2564 ที่ 1.33 บาท ปรับคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ”

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. นายภานุมาศ รังคกูลนุวัฒน์ 270,839,000 หุ้น 45.14%
  2. นางหทัยรัตน์ รังคกูลนุวัฒน์ 146,960,000 หุ้น 24.49%
  3. นางวิลาวัณย์ รังคกูลนุวัฒน์   22,200,000 หุ้น 3.70%
  4. บริษัท ฟิลลิปประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) 14,084,000 หุ้น 2.35%
  5. นายสมพล ฤกษ์วิบูลย์ศรี 10,551,000 หุ้น 1.76%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายพานิช พงศ์พิโรดม ประธานคณะกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ
  2. นายภานุมาศ รังคกูลนุวัฒน์ ประธานคณะกรรมการบริหาร, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ
  3. นางหทัยรัตน์ รังคกูลนุวัฒน์ กรรมการ
  4. นางสุกใส โภคทรัพย์ กรรมการ
  5. น.ส.นุชนาถ สกุลสันเทียะ กรรมการ