NOBLE ปิดจุดอ่อน เพิ่มจุดแข็ง

บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE จัดเป็นหนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถือว่าไม่ใหญ่มาก...แต่ก็ไม่เล็ก จุดเด่นของโครงการเป็นพรีเมียม เน้นจับตลาดระดับบนที่มีเอกลักษณ์ในการออกแบบ ทำให้ช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา NOBLE มีภาพจำเป็นอสังหาฯ ระดับไฮเอ็นด์..!!

สำนักข่าวรัชดา

บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE จัดเป็นหนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถือว่าไม่ใหญ่มาก…แต่ก็ไม่เล็ก จุดเด่นของโครงการเป็นพรีเมียม เน้นจับตลาดระดับบนที่มีเอกลักษณ์ในการออกแบบ ทำให้ช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา NOBLE มีภาพจำเป็นอสังหาฯ ระดับไฮเอ็นด์..!!

แต่พักหลังมานี้ NOBLE มีโครงการเปิดใหม่ไม่มาก ไม่หวือหวา ถ้าเทียบกับอสังหาฯ ค่ายอื่น แถมมีปัญหาสต๊อกเหลือเยอะ เนื่องจากราคาค่อนข้างสูง…

บวกกับด้วยเงื่อนไขในแง่การจัดหาที่ดิน ทำเลต่าง ๆ ต้องสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ ทำให้มีต้นทุนที่ดินค่อนข้างสูง

แต่หลังจากมีการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น และโครงสร้างผู้บริหาร ก็ปรับจูนมาบุกตลาดระดับกลางร่วมด้วย เพื่อช่วยในแง่การบริหารจัดการต้นทุน

ก็เลยมีแนวคิดไปหาสินทรัพย์ AMC เพื่อมาพัฒนาต่อยอดโครงการ เนื่องจากมีต้นทุนที่ต่ำ ซึ่งอาจมีที่ดินบางทำเลที่เหมาะกับ NOBLE…จึงเป็นที่มาของการจับมือกับบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ซึ่งมีบริษัท AMC อยู่แล้ว

โดย NOBLE จะเข้าไปถือหุ้น 20% ในบริษัท บริหารสินทรัพย์ เอส ดับบลิว พี จำกัด (SWP) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ SAWAD ทำธุรกิจด้านบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) และทรัพย์สินรอการขาย (NPA)…

สิ่งที่น่าจับตา จะทำให้ SWP มีแวลู่มากขึ้น…จากเดิมเมื่อกว้านซื้อสินทรัพย์จากสถาบันการเงินมาแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่ดินเปล่า หรือโครงการเก่า ในราคาถูก… SWP ไม่สามารถพัฒนาต่อเองได้ ก็ต้องรอการขาย ซึ่งจะขายให้ใครก็ยังไม่รู้ แต่พอมี NOBLE เข้ามา ก็ขายให้กับ NOBLE ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านอสังหาฯ ไปพัฒนาต่อยอด…อาจนำไปรีโนเวต หรือพัฒนาโครงการใหม่ขึ้นมาแล้วขายก็ได้…

โดยในมุมของ SAWAD ก็จะได้มูลค่าเพิ่มจาก SWP มากขึ้น…แถมไม่ต้องเสียเวลารอในการขายสินทรัพย์ออกไป เพราะมี NOBLE เข้ามารับซื้อทันที

ส่วนมุม NOBLE จะได้ 3 ขา…ขาแรก รับรู้รายได้และกำไรจากเงินลงทุนตามสัดส่วนการถือหุ้นใน SWP

ส่วนขาที่สอง ได้ประโยชน์จากการนำสินทรัพย์มาพัฒนาต่อ อาจเป็นในรูปแบบเพื่อขาย หรือสร้าง Recurring Income

และขาที่สาม ช่วยปิดความเสี่ยงในการซื้อที่ดินราคาแพง ทำให้ต้นทุนในการพัฒนาโครงการบ้านหรือคอนโดฯ ถูกลง

ก็ถือว่า Win-Win กันทั้งคู่..!!

จะว่าไปโมเดลนี้ก็คล้ายกับโมเดลธุรกิจของบริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA หุ้นอสังหาฯ น้องใหม่ที่เพิ่งเข้าตลาดฯ ไม่นานมานี้…จุดเด่น SA จะเน้นไปที่สินทรัพย์ AMC ซึ่งราคาถูก จำพวกที่ดินเปล่า หรือโครงการเก่ามารีโนเวต โดยอาศัยจุดแข็งของกลุ่มฤทธา มาช่วยต่อยอด…

ทำให้ SA มีต้นทุนต่ำ ถ้าเทียบกับอสังหาฯ ค่ายอื่น ทำให้มีมาร์จิ้นสูงกว่า ขณะเดียวกันก็สามารถกดราคาขายได้ถูกกว่าตลาด…ก็ถือเป็นโมเดลใหม่ที่น่าสนใจ

กลับมาที่ NOBLE ก็น่าจับตา การปรับกลยุทธ์ธุรกิจครั้งนี้จะซัคเซสแค่ไหน..?

ไม่นับรวมที่จะไปจับไม้จับมือกับบริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ U ในกลุ่มบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS อีกนะ

แหม๊… NOBLE ในมือ “ธงชัย บุศราพันธ์” นี่มีสีสันไม่หยอกเลยนะเนี่ย…

…อิ อิ อิ…