4 หุ้นยานยนต์ตัวท็อป! ลุ้นงบฯ Q4 โตเด่น รับยอดผลิตรถธ.ค.ฟื้นตัวแรงในรอบ 5 ปี

4 หุ้นยานยนต์ตัวท็อป! ลุ้นงบฯ Q4 โตเด่น รับยอดผลิตรถธ.ค.ฟื้นตัวแรงในรอบ 5 ปี

ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจและรวบรวมข้อมูลหุ้นกลุ่มยานยนต์ ที่คาดว่าจะประกาศผลการดำเนินงานปี 2563 และปี 2564 เติบโตสดใสมานำเสนอ ขณะเดียวกันยังมีประเด็นตัวเลขยอดผลิตรถยนต์ในเดือน ธ.ค. 2563 ออกมาโตเด่น 17% และยอดขายในประเทศที่โตแกร่ง 32% ดีสุดในรอบ 5 ปี เป็นปัจจัยบวกหนุนทิศทางราคาหุ้นให้น่าสนใจ

ดังนั้นจึงทำการรวบรวมข้อมูลหุ้นจากบทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส,บล.คันทรี่ กรุ๊ป และบล.โนมูระ พัฒนสิน ซึ่งแนะนำข้อมูลการลงทุนในหุ้นกลุ่มยานยนต์ พร้อมทั้งคัดเลือกหุ้นเด่นในกลุ่มที่น่าลงทุนซึ่งระบุไว้ดังนี้

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กลุ่มยานยนต์ ยอดผลิตรถยนต์เดือน ธ.ค. 2563 โต 17% เทียบเดือนก่อนหน้า,โต 7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากยอดขายในประเทศที่แข็งแกร่งโต 32% เทียบเดือนก่อนหน้า,โต 17% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ดีสุดในรอบ 5 ปี และชดเชยการส่งออกที่ยังอ่อนแอ 8% เทียบเดือนก่อนหน้า และอ่อนแอ 5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยมีมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของกลุ่มยานยนต์ในไตรมาส 4/63 และปี 2564 คงน้ำหนักการลงทุน Overweight Top Pick คือ AH ขณะที่ IRC เป็นอีกหนึ่งหุ้นที่ได้ประโยชน์

 

บล.คันทรี่ กรุ๊ป ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ข้อมูลด้านอุตสาหกรรมวานนี้ ส.อ.ท. รายงานตัวเลขยอดขายรถยนต์ในประเทศประจำเดือน ธ.ค. ปรากฏว่า โต 17% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และโต 31% เทียบเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับยอดผลิตที่โต 7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 17% เทียบเดือนก่อนหน้า

หากพิจารณาเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถือว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัวค่อนข้างเร็วถือเป็นปัจจัยบวกต่อ (AH SAT STANLY) และปัจจัยข้างต้นถือเป็นปัจจัยบ่งชี้ว่าความจริงแล้วเศรษฐกิจในประเทศอาจจะไม่ได้แย่ขนาดนั้น

กลยุทธ์การลงทุน แนะทยอยสะสมกลุ่มที่เคยรับผลกระทบจาก COVID-19 เช่นเดิม (BEM BTS CPN CRC SPA) ส่วนเก็งกำไรระยะสั้นแนะ Auto (AH SAT STANLY) และ Global Play (PTT PTTEP PTTGC TOP)

SAT (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 17 บาท) คาดกำไรปกติ SAT ในงวดไตรมาส 4/2563 จะมีกำไรที่ 180 ล้านบาท (โต 13% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โต 119% เทียบไตรมาสก่อนหน้า) ปัจจัยบวกที่หนุนให้ผลประกอบการกลับมาดีคืออุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศที่มียอดผลิตเพิ่มขึ้น +5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน,+30%เทียบไตรมาสก่อนหน้า และเครื่องจักรกลการเกษตรที่มียอดผลิตเพิ่มขึ้น +26% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน,โต 2% เทียบไตรมาสก่อนหน้า

AH (ถือ / ราคาเป้าหมาย 17.5 บาท) แม้จะให้คำแนะนำเพียง ถือ และราคาเป้าหมายไม่มี Upside อย่างไรก็ตามระยะสั้นยังสามารถเก็งกำไรได้จากปัจจัยบวกของตัวเลขยานยนต์ในประเทศที่ออกมาดี พร้อมคาดทั้งปี 2564 เติบโตเด่นถึง 186% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ว่า เดือน ธ.ค.2563 กลุ่มยานยนต์รายงานยอดผลิตรถยนต์ที่ 1.43 แสนคัน เพิ่มขึ้น +7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามยอดขายในประเทศอยู่ที่ 1.04 แสนคัน เพิ่มขึ้น 17% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล การออกรถยนต์รุ่นใหม่ และการทำการตลาดของผู้จำหน่ายรถยนต์

ขณะที่ยอดส่งออกรถยนต์ 6.85 หมื่นคัน หดตัว 5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการส่งออกลดลงเกือบทุกตลาด ยกเว้นตลาดเอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย ภาพรวมยอดผลิตรถยนต์ปี 2563 อยู่ที่1.43 ล้านคัน หดตัว 29% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะค่ายรถยนต์มีการปิดโรงงานชั่วคราวในเดือน เมษายน-พฤษภาคม 2563

สำหรับปี 2564 คาดยอดผลิตรถยนต์ที่ 1.50-1.60 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 5% ถึง 12% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ( ใกล้เคียงกับ ส.อ.ท. คาดที่ 1.50 ล้านคัน) ซึ่งยังต่ำกว่าระดับปกติที่ 1.9-2.0 ล้านคัน ดังนั้นคงคำแนะนำ NEUTRAL ต่อกลุ่มยานยนต์ และคง STANLY เป็น Top Pick

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน

คำค้น