
SGC กวาดเงินขายหุ้นกู้ 700 ลบ. ลุยขยายสินเชื่อ Lock Phone ดันเป้าปี 69 โต 30%
SGC ประสบความสำเร็จระดมทุนขายหุ้นกู้ 700 ล้านบาท เดินหน้าขยายพอร์ตสินเชื่อ Lock Phone กางแผนปี 2569 ตั้งเป้ายอดปล่อยสินเชื่อใหม่ 12,500 ล้านบาท เติบโต 30% พร้อมผนึกพันธมิตรแบรนด์สมาร์ตโฟนดันยอดโตต่อเนื่อง
นายอโณทัย ศรีเตียเพ็ชร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC เปิดเผยว่า บริษัทประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ระยะยาว อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.90% ต่อปี ให้แก่กลุ่มผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยสามารถระดมทุนได้จำนวน 700 ล้านบาท ซึ่งเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทจะนำไปใช้ในการขยายพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือ (Lock Phone) ซึ่งถือเป็นธุรกิจหลักที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ตลอดจนนำไปต่อยอดแพลตฟอร์มดิจิทัล “SG Finance+” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในวงกว้าง
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 SGC ได้ตั้งเป้าหมายยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ไว้ที่ระดับ 12,500 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตประมาณ 30% จากผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ทำได้ 9,648 ล้านบาท โดยมีสินเชื่อ Lock Phone เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต (Growth Engine) ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กรที่มุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 ของ SGC ยังคงรักษาระดับการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากยอดการปล่อยสินเชื่อในช่วงต้นปีที่เร่งตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากความต้องการ (ดีมานด์) สมาร์ตโฟนที่เริ่มฟื้นตัว ผนวกกับการขยายตัวของสินเชื่อ Lock Phone ที่สามารถทำผลงานได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
นอกจากนี้ SGC ยังได้รับแรงหนุนที่สำคัญจากการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรแบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำเพิ่มเติม ได้แก่ OPPO, Vivo, Xiaomi, Realme, Infinix และ HONOR พร้อมทั้งขยายการรองรับแบรนด์ใหม่อย่าง nubia และ TECNO Mobile ซึ่งจะช่วยเพิ่มความหลากหลายของสินค้าให้ครอบคลุมลูกค้าในหลายระดับราคา และเป็นการต่อยอดการขยายฐานลูกค้า เพื่อสนับสนุนการเติบโตของยอดปล่อยสินเชื่อทั้งในปีนี้และในระยะต่อไป
อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงเดินหน้ารักษาคุณภาพเครือข่ายร้านค้าพันธมิตรที่มีอยู่กว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการเพิ่มความหลากหลายของแบรนด์สินค้าเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ยังมุ่งพัฒนาแหล่งรายได้ใหม่ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-Interest Income) โดยเฉพาะบริการ SG Shield ซึ่งถูกวางให้เป็น New Growth Engine โดยตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 200 ล้านบาท รวมถึงการยกระดับแพลตฟอร์ม “SG Finance+” สู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัล ที่สามารถเชื่อมโยงพันธมิตรและลูกค้าได้อย่างครบวงจร

