SET เดือนก.พ.ผันผวน! โบรกฯแนะ 23 หุ้นเด่น เน้นกำไร Q4 แข็งแกร่ง-มีปัจจัยบวก

SET เดือนก.พ.ผันผวน! โบรกฯแนะ 23 หุ้นเด่น เน้นกำไร Q4 แข็งแกร่ง-มีปัจจัยบวก

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ทำการรวบรวมกลุ่มหุ้นที่น่าลงทุนสำหรับเดือนกุมภาพันธ์ 2564 โดยเป็นการรวบรวมข้อมูลจาก โบรกเกอร์ชั้นนำของไทย อาทิ บล.เอเชีย เวลท์,บล.ทิสโก้,เคย์เฮียน ,บล.ฟินันเซีย ไซรัส และบล.โนมูระ พัฒนสิน ประเมิน SET ส่วนใหญ่มีแนวโน้มแกว่งไซด์เวย์ดาวน์ ด้วยหุ้นโลกเข้าสู่โหมดปรับฐานคาดจะกดดันหุ้นไทยปรับฐานต่อเนื่อง ผสานกับแรงขายปรับพอร์ตต่อเนื่องของนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ

ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนเดือนนี้จึงเน้นไปที่กลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะมีกำไรไตรมาส 4/2563 แข็งแกร่ง และมีประเด็นบวกเฉพาะตัว ได้แก่ ORI,STA,KBANK,PTG,CHG,HMPRO,JWD,SYNEX, TACC,AP, BDMS, DCC,KCE,KKP,SCB,  SCGP,STGT,TWPC, SAWAD, SPALI,VNT, XO,HANA ซึ่งระบุในบทวิเคราะห์ดังนี้

บล.เอเชีย เวลท์ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ประเมินกรอบ SET ในเดือน ก.พ. 2564 ไว้ที่ 1,466-1,572 จุด SET ยังมีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่องจากปลายเดือน ม.ค. หลังมีแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติออกมาต่อเนื่อง ประกอบกับกำไรฟื้นตัวในอัตราเร่งของอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ (U.S. Inflation Targeting อยู่ที่ 2%) มุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกของ IMF ปัจจัยทั้งหมดเพิ่มน้ำหนักต่อการเกิด QE Tapering ซึ่งจะกระทบ Funds Flow ในตลาดหุ้นภูมิภาค ซึ่งเป็นปัจจัยหนุน SET ตั้งแต่ไตรมาส 4/2563 ที่ผ่านมา โดยกลยุทธ์การลงทุนเน้นรับความเสี่ยงได้สูง เลือกเก็งกำไรเป็นรายตัวมีปัจจัยบวก โดยหุ้นเด่นในเดือน ก.พ. 2564 เลือก ORI,STA,KBANK,PTG

 

บล.ทิสโก้ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า มอง SET มีแนวโน้มแกว่งไซด์เวย์ดาวน์ ด้วยหุ้นโลกเข้าสู่โหมดปรับฐานคาดจะกดดันหุ้นไทยปรับฐานต่อเนื่อง ผสานกับแรงขายปรับพอร์ตต่อเนื่องของนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ อิงจากสถิติหุ้น IPO ขนาดใหญ่เข้าตลาด 3 ครั้งล่าสุดมักจะกดดัน Fund Flows และ SET ปรับตัวลงราว 2-3% ในช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนการเข้าจดทะเบียน สัปดาห์นี้แนะนำติดตาม PMI ภาคการผลิตและภาคบริการทั่วโลกใน ม.ค. และการประชุม BOT แนวรับ 1450-55 แนวต้าน 1480

กลยุทธ์การลงทุน: รับความเสี่ยงได้สูง เลือกเก็งกำไรเป็นรายตัว เน้นตั้งรับ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงเท่านั้น ลงซื้อ-ขึ้นขาย และควรมีจุด Stop Loss เพื่อคุมความเสี่ยง / พอร์ตลงทุน เริ่มหาจังหวะซื้อคืนช่วงอ่อนตัว แต่ไม่ต้องรีบร้อน มองตลาดพักฐานจนถึงกลางเดือน ก.พ. เลือกหุ้นเด่น ก.พ. (Smart Tactics) AP, BDMS, DCC, KCE, KKP, SCB, SCGP, STGT, TWPC

 

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ เดือน ก.พ.2564 ความผันผวนของตลาดจากการปรับพอร์ตของนักลงทุนต่างชาติยังคงกินระยะเวลาอีก 1-2 สัปดาห์ หลังประเทศในกลุ่ม TIPs รวมถึงไทยเศรษฐกิจเสี่ยงฟื้นช้า เนื่องจากการระบาด Covid-19 ระรอกใหม่ในประเทศ พอร์ตการลงทุนจึงเน้น Barbel Portfolio ผสานหุ้น Value/Laggard & Growth/Momentum ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดภายในจำกัด

โดยคงพอร์ตหุ้นปัจจุบันควรอยู่สัดส่วนราว ราว 50-55% และรอจังหวะเพิ่ม กรณีตลาดปรับฐาน แนะนำหุ้นเด่น 1) กลุ่มบรรจุภัณฑ์ ที่เติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ + E-Commerce หนุน(SCGP) 2) กลุ่มที่อิงการฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก(HANA) 3) กลุ่มที่ปรับโครงสร้างรายได้ และได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยต่ำ (SAWAD, SPALI) 4) ที่ฐานกำไรทำ New High และได้ประโยชน์จากการแพร่ระบาดในต่างประเทศ(XO) และ 5) กลุ่มปิโตรเคมี ที่ฐานกำไรเร่งขึ้นตาม PVC Spread ที่เดินหน้าทำ High  (VNT) ดังนั้น FEB 2021 Portfolio : SCGP, SAWAD, SPALI, VNT, XO, HANA

 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส กลยุทธ์การลงทุนเดือน ก.พ. ประเมินการแกว่งตัวของ SET Index เดือน ก.พ. ในกรอบ 1,430-1,530 จุด ระยะสั้นตลาดขาดปัจจัยหนุนโดยผลการทดสอบวัคซีน Johnson & Johnson มีประสิทธิผล 66% ซึ่งไม่สูงมากนัก ขณะที่ปัจจัยติดตาคือการประชุมกนง.ซึ่งคาดยังคงดอกเบี้ย 0.50% รวมถึงการประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2563

ประเมินกลยุทธ์การลงทุนโดยแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นเพิ่มบริเวณ 1,450-1,460 จุด และยังมองบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงจากสภาพคล่องที่ยังสูง ส่วนระยะสั้นเน้นเก็งกำไรหุ้นที่คาดมีกำไรไตรมาส 4/2563 แข็งแกร่งและมีประเด็นบวกเฉพาะตัว เลือก CHG, HMPRO, JWD, SYNEX, TACC

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน

คำค้น