ลูกจ้าง ม.33 เฮ! “ตู่” เห็นชอบหลักการเยียวยา ยันได้ถ้วนหน้า ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ลูกจ้าง ม.33 เฮ! "ตู่" เห็นชอบหลักการเยียวยา ยันได้ถ้วนหน้า ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เสร็จสิ้นการประชุมหารือกับทีมเศรษฐกิจเพื่อหามาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด โควิด-19 ในช่วงเช้าวันนี้ (3 ก.พ.64)​ ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว “ประยุทธ จันทร์โอชา prayut chanocha”

โดยข้อความระบุว่า “เช้าวันนี้มีประชุมหารือใน 2 เรื่องสำคัญครับ เรื่องแรก คือ มาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 ประกันสังคม ผมได้เห็นชอบในหลักการให้ช่วยเหลือผู้ประกันตนให้ครบทุกคน โดยจะเร่งนำเสนอให้ ครม. พิจารณาโดยเร็ว

เรื่องที่ 2 เกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมการลงทุนให้กับนักลงทุนชาวไทย และชาวต่างชาติ รวมทั้งการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ภายหลังวิกฤตโควิด และมาตรการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจครับ”

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่า จะเห็นได้ว่าเราพยายามอย่างหนักที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และขณะเดียวกันเราก็มุ่งมั่นที่จะมองไปข้างหน้าเพื่อวางทิศทางเศรษฐกิจหลังโควิด ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะความร่วมมือทุกภาคส่วน ความพยายามของพวกเราทุกคนจะต้องประสบผลแน่นอน

คลิ้กดูรายละเอียดด้านล่าง >>

https://www.facebook.com/454636668365287/posts/1037650310063917/

ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกันตนตามมาตรา 33 โดยพร้อมจะเยียวยาจ่ายเงินในรูปแบบเดียวกับโครงการ “เราชนะ” ซึ่งจะอยู่ภายใต้ชื่อโครงการ “ม.33 เรารักกัน”

เกณฑ์วงเงินช่วยเหลือคาดว่าจะอยู่ในช่วง 3,500-4,500 บาท/เดือน จ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง คาดว่าจะมีผู้ประกันตนที่ได้รับเงินเยียวยาประมาณ 9 ล้านคน จากผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ทั้งหมด 11 ล้านคน ส่วนของเม็ดเงินที่จะมาใช้ในการเยียวยาเป็นเงินกู้โครงการเดียวกับเราชนะ รวมทั้งสิ้น 4 หมื่นล้านบาท

นายสุชาติ กล่าวว่า ได้นำเสนอเงื่อนไขผู้ที่จะได้รับเงินเยียวยาว่าจะต้องมีบัญชีเงินฝากไม่เกิน 5 แสนบาท โดยจะไม่นำเกณฑ์เงินเดือน หรือรายได้ทั้งปีไม่เกิน 3 แสนบาทมาเป็นเงื่อนไข เนื่องจากฐานเงินเดือนในแต่ละบริษัทไม่เท่ากัน และรายจ่ายแตกต่างกันไป ดังนั้น มองว่าทุกคนควรจะได้รับการเยียวยาเท่ากัน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานจะนำหลักเกณฑ์เบื้องต้นไปหารือกับกระทรวงการคลังในวันที่ 5 ก.พ.นี้เพื่อหาข้อสรุปออกมา ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วที่สุดภายในสัปดาห์หน้า หรือ อย่างช้าสัปดาห์ถัดไป เพื่อให้เป็นของขวัญในวันแห่งความรัก 14 ก.พ.โดยตั้งเป้าจะจ่ายเงินให้ได้ในเดือน มี.ค.นี้