TKN สัญญาณเปลี่ยนมือ.!?

แม้ว่าตอนนี้มีคำร่ำลือหนาหูว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม (ครอบครัวพีระเดชาพันธ์) ของบริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN จะขายหุ้นทิ้ง...ล่าสุดออกมาปฏิเสธ แต่ก็ยอมรับบางเรื่อง กำลังหาพันธมิตรทางธุรกิจอยู่..!?

สำนักข่าวรัชดา

แม้ว่าตอนนี้มีคำร่ำลือหนาหูว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม (ครอบครัวพีระเดชาพันธ์) ของบริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN จะขายหุ้นทิ้ง…ล่าสุดออกมาปฏิเสธ แต่ก็ยอมรับบางเรื่อง กำลังหาพันธมิตรทางธุรกิจอยู่..!?

สอดคล้องกับกระแสข่าวก่อนหน้านี้ ที่จะมีกลุ่มทุนจากสหรัฐฯ เข้ามาเทกโอเวอร์ TKN น่ะสิแม้วันนี้เสียงแข็งยังคงสัดส่วนการถือหุ้นมากกว่า 50% ก็ตาม…

แต่เรื่องนี้ถ้าไม่มีมูลหมามันคงไม่ขี้หรอก…จริงมั้ย..!?

เริ่มเห็นเค้าลางสัญญาณ (เปลี่ยนมือ) หุ้น TKN หลังจาก “ต๊อบ-อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์” นำทีมขายหุ้น TKN ออกไปสองล็อตใหญ่ จำนวน 5.7 ล้านหุ้น ได้เงินเข้ากระเป๋าไป 67.32 ล้านบาท โดยขายเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2564 จำนวน 4.5 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 12 บาท เป็นเงิน 54 ล้านบาท และวันที่ 22 ม.ค. 2564 ขายอีก 1.2 ล้านหุ้น ราคา 11.10 บาท เป็นเงิน 13.32 ล้านบาท

ตามด้วย “อรพัทธ์ พีระเดชาพันธ์” โดยเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2564 ขายหุ้น TKN จำนวน 2.5 ล้านหุ้น ที่ราคา 11.94 บาท คิดเป็นเงิน 29.85 ล้านบาท

ด้าน “ณัชชัชพงศ์ พีระเดชาพันธ์” ก็ขายหุ้น TKN เช่นกัน โดยขายเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2564 จำนวน 1.65 ล้านหุ้น ที่ราคา 11.95 บาท เป็นเงิน 19.78 ล้านบาท และวันที่ 21 ม.ค. 2564 ขายอีก 500,000 หุ้น ที่ราคา 11.49 บาท เป็นเงิน 5.74 ล้านบาท วันที่ 22 ม.ค. 2564 ขายจำนวน 1.40 ล้านหุ้น ที่ราคา 11.17 บาท เป็นเงิน 15.63 ล้านบาท

แถมล่าสุด “ณัชชัชพงศ์” ยังลาออกจากตำแหน่งเลขานุการบริษัทอีกต่างหาก…

จะว่าไป นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ครอบครัวพีระเดชาพันธ์ ขายหุ้น TKN ออกมา…ถ้าจำกันได้ช่วงปลายปี 2562 ครั้งนั้นครอบครัวพีระเดชาพันธ์ ก็พร้อมใจกันขาย Big Lot จำนวน 48.30 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 3.5% ของหุ้นทั้งหมดของบริษัท…

ส่งผลให้จากเดิม กลุ่มครอบครัวพีระเดชาพันธ์เคยถือหุ้น TKN IPO เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2558 ราคาพาร์ 0.25 บาท สัดส่วน 73.19% ก็ลดสัดส่วนลงเหลือถือแค่ 58%…

หลังจากนั้นมาก็เห็นการขายหุ้นทั้ง Big Lot และทำรายการในกระดาน ตามมาอีกหลายครั้ง

โอเค…การยอมลดสัดส่วนการถือหุ้น ในเชิงธุรกิจไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าเป็นการหาพันธมิตรเข้ามาเพื่อขยายธุรกิจ เพราะภาพธุรกิจของ TKN มีแค่สาหร่าย แม้ล่าสุดจะมีชานมฉุน ชุ่ย เฮอ เข้ามาเสริมทัพ ซึ่งตอนแรกก็ฮือฮาอยู่หรอกนะ แต่ตอนนี้กระแสเริ่มเงียบหายไปแล้ว จึงไม่แน่ใจว่าจะช่วยหนุนการเติบโตของ TKN ได้มากน้อยแค่ไหน..? ยังต้องใช้เวลาพิสูจน์

หลังจากที่ผ่านมา TKN เติบโตแรง โดยเฉพาะฤดูกาลท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่หลังจากถูกโควิดเล่นงาน ก็ทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้หายไป…กระทบต่อยอดขายของ TKN อย่างมีนัยสำคัญ…

ที่จริงถ้ามองในเชิงธุรกิจ ถ้า TKN จะโตต่อ 1) ต้องหาโปรดักส์เข้ามาเสริม และ 2) หาพันธมิตรเพิ่มเติม ซึ่งตามข่าวจะเป็นพันธมิตรจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายขนมขบเคี้ยวและของว่างแบรนด์ดังระดับโลก ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี น่าจะช่วยเสริมแกร่งให้กับ TKN ได้

แต่อย่าลืมว่า TKN มักตกเป็นข่าวถูกเทกโอเวอร์อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งทุกครั้งที่ตกเป็นข่าวราคาหุ้นก็จะปรับตัวขึ้นร้อนแรง หลังจากนั้นก็จะค่อย ๆ โรยราไปตามระเบียบ (พัก)…

ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าครั้งนี้จะซ้ำรอยหลาย ๆ ครั้งก่อนหน้านี้หรือเปล่า..?

แต่ที่แน่ ๆ การขายหุ้นรอบนี้ เสี่ยต๊อบ และบรรดาพี่น้อง ได้เงินค่าขนมไปแล้ว 138.31 ล้านบาท…

โอ้ววว…แม่เจ้า น่าอิจฉาจริง ๆ..!!

…อิ อิ อิ…