EPG พุ่ง 7% โบรกฯ อัพเป้า 12 บ. รับกำไรไตรมาส 3 ทำสถิติสูงสุดใหม่

EPG พุ่ง 7% โบรกฯ อัพเป้า 12 บ. รับกำไรไตรมาส 3 ทำสถิติสูงสุดใหม่ ล่าสุดอยู่ที่ 9.25 บาท บวก 0.65 บาท หรือ 7.56% มูลค่าซื้อขาย 255.09 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ล่าสุด ณ เวลา 10.17 น. อยู่ที่ 9.25 บาท บวก 0.65 บาท หรือ 7.56% สูงสุดที่ 9.25 บาท ต่ำสุดที่ 8.90 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 255.09 ล้านบาท ทั้งนี้ ราคาหุ้น EPG ปรับตัวขึ้น หลังรายงานผลประกอบการมีกำไรเติบโตขึ้นอย่างโดดเด่น

โดย บล.เคทีบีเอสที ระบุในบทวิเคราะห์ คงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น EPG แต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 12 บาท (จากเดิม 10 บาท) หลัง EPG รายการกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 (ต.ค.-ธ.ค.2564) ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 431 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 102% เมื่อเทียบจากปีก่อน และ 40% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน และกำไรปกติที่ 405 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91% เมื่อเทียบจากปีก่อน และ 79% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน จากการฟื้นตัวที่โดดเด่นของ Aeroklas ตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์, TJM พลิกเป็นกำไรได้ครั้งแรก และธุรกิจ EPP (บรรจุภัณฑ์) ดีขึ้นจากการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัว

นอกจากนี้ได้ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2564/2565 ขึ้นจากเดิม 13%/15% เป็น 1.1 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบจากปีก่อน) และ 1.4 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบจากปีก่อน) จากการปรับ GPM ปี 2564/2565 ขึ้นเป็น 31.2%/31.6% (เดิมที่ 30.1%/30.5%) จากการควบคุมค่าใช้จ่าย, อัตราการใช้การผลิตที่สูงขึ้น และการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบให้ใกล้เคียงกับไตรมาส 3/64 ได้อย่างน้อย 6 เดือนข้างหน้า และ TJM พลิกกลับมามีกำไรได้ต่อเนื่อง

ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นและ outperform SET +50% ในช่วง 3 เดือน จากกำไรไตรมาส 3/64 ที่ฟื้นตัวโดดเด่น โดยเรายังคงแนะนำ ซื้อ จากกำไรปี 2565 ที่จะกลับมาเติบโตดี Key catalysts คือ 1) Aeroklas ได้ประโยชน์จากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง, 2) Aeroflex ได้ผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของสหรัฐ และ 3) EPP จะฟื้นตัวตามความต้องการใช้ food packaging ที่มากขึ้น และ 4) valuation ยังน่าสนใจ PER ปี 2565 ที่ 17.5 เท่า อย่างไรก็ตาม คาดกำไรไตรมาส 4/64 จะอ่อนตัวเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน จาก COVID-19 และปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน ซึ่งจะกระทบแค่ระยะสั้นและเป็นจังหวะให้ซื้อสะสม

 

คำค้น