เปิด 5 หุ้น mai เดือนม.ค.เก็งกำไรสนั่น! ฟันรีเทิร์นสูงสุด 93% สวนพิษโควิดระลอกใหม่

เปิด 5 หุ้น mai เดือนม.ค.เก็งกำไรสนั่น! ฟันรีเทิร์นสูงสุด 93% สวนพิษโควิดระลอกใหม่

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือน ม.ค.64 ว่า แม้ว่าจะเผชิญปัจจัยลบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ทำให้ภาครัฐได้ออกมาตรการ partial lockdown และจำกัดการเดินทางข้ามจังหวัดในบางพื้นที่

อย่างไรก็ดี ผลตอบรับเชิงบวกจากผลการชนะเลือกตั้งในสหรัฐทั้งสภาล่างและสภาบนของพรรคเดโมแครต (Blue Wave) และเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวดีขึ้น สอดคล้องกับภาพรวมการส่งออกไทยในเดือน ธ.ค.63 ขยายตัวถึง 4.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 8 เดือนและสูงสุดในรอบ 22 เดือน ทำให้ SET Index ปิดในแดนบวก

โดย ณ สิ้นเดือน ม.ค.64 SET Index ปิดที่ 1,466.98 จุด เพิ่มขึ้น 1.2% จากเดือนก่อน ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ในภูมิภาค โดย MSCI ASEAN Index ปรับลดลง 1.9%

ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของ mai  ณ สิ้นเดือน ม.ค.64 เพิ่มขึ้น 6.26% โดย mai Index ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องมาปิดที่ระดับ 356.33 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดในรอบ 18 เดือน

จากปัจจัยดังกล่าวทีมข่าว “ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” จึงทำการสำรวจราคาหุ้นกลุ่ม mai ในเดือนมกราคม 2564 มานำเสนอเพื่อให้เห็นทิศทางราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงสูงสุด 5 อันดับแรกมานำเสนอ โดยเทียบจากราคาหุ้น ณ วันที่ 30 ธ.ค.63-29 ม.ค.64 ตามตารารางประกอบ

สำหรับอับดับ 1 คือ บริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน) หรือ UMS ราคาหุ้นเดือนมกราคมปี 2564 ปรับตัวขึ้น 93.94% จากระดับ 0.33 บาท  ณ วันที่ 30 ธ.ค.63 มาอยู่ที่ระดับ 0.64 บาท ณ วันที่ 29 ม.ค.64 โดยนักลงทุนเข้ามาไล่ซื้อหุ้นขนาดเล็ก และสัญญาณทางเทคนิคเป็นขาขึ้น อย่างไรก็ตามผลประกอบการบริษัทยังขาดทุนต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2560 นักลงทุนควรระวังการเข้าซื้อ

 

อันดับ 2 บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล รีเสริช คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IRCP ราคาหุ้นเดือนมกราคมปี 2564 ปรับตัวขึ้น 84.21% จากระดับ 0.76 บาท ณ วันที่ 30 ธ.ค.63 มาอยู่ที่ระดับ 1.40 บาท ณ วันที่ 29 ม.ค.64 เนื่องจากนักลงทุนเข้ามาไล่ซื้อหุ้นขนาดเล็ก และสัญญาณทางเทคนิคเป็นขาขึ้น

อีกทั้งผลประกอบการบริษัทมีแนวโน้มสดใสในไตรมาส 3/2563 มีกำไร 18.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 5.04 ล้านบาท ขณะที่งวด 9 เดือนปี 2563 ขาดทุนลดลงอยู่ที่ 13.25 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนขาดทุนอยู่ที่ 17.45 ล้านบาท ทำให้เป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นให้ทะยานแรงในช่วงดังกล่าว

 

อันดับ 3 บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ZIGA ราคาหุ้นเดือนมกราคมปี 2564 ปรับตัวขึ้น 61.97% จากระดับ 2.84 บาท ณ วันที่ 30 ธ.ค.63 มาอยู่ที่ระดับ 4.60 บาท ณ วันที่ 29 ม.ค.64 ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2563 เติบโตโดดเด่นและนักวิเคราะห์แนะนำให้เข้าลงทุน

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ ZIGA ประกาศกำไรไตรมาส 4/63 เพิ่มขึ้น 1,200% เมื่อเทียบจากปีก่อน แต่ลดลง 7% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน ดีกว่าคาดเล็กน้อยจาก Gross Margin ที่สูงสุดในรอบ 15 ไตรมาส ส่งผลให้กำไรทั้งปี 2563 เพิ่มขึ้น 234% เมื่อเทียบจากปีก่อน

ทั้งนี้ปรับกำไรปี 2564 ขึ้น 5% และล่าสุดบอร์ดมีมติลดทุนโดยการตัดหุ้นซื้อคืน 22.8 ล้านหุ้น ส่งผลให้ราคาเป้าหมายขยับขึ้นเป็น 4.70 บาท แต่หากรวม ZIGA-W1 (สัดส่วน 1:1 ราคาใช้สิทธิ 1 บาท) จะทำให้ราคาเป้าหมายลดลงเหลือ 3.13 บาท ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงหลังแนะนำครั้งแรกที่ 1.90 บาท ลดคำแนะนำเป็น ถือ

 

อันดับ 4 คือ บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ KUN ราคาหุ้นเดือนมกราคมปี 2564 ปรับตัวขึ้น 52.81% จากระดับ 0.89 บาท ณ วันที่ 30 ธ.ค.63 มาอยู่ที่ระดับ 1.36 บาท ณ วันที่ 29 ม.ค.64 คาดนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรแผนธุรกิจปีนี้โดดเด่น

นางประวีรัตน์ เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ KUN เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ปี 64 เติบโต 10-15% โดยเดือนม.ค.64 มียอดขายรอโอน (Backlog) จำนวน 400 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถทยอยรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีแรกนี้ทั้งหมด รวมถึงยอดขายตั้งแต่เดือนก.พ.-มิ.ย.64 ก็จะเข้ามาเป็นยอดโอนในครึ่งปีหลังนี้ ทำให้บริษัทมั่นใจว่าจะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขายปีนี้ไว้ที่ 1,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 63 ที่มียอดขาย 1,410 ล้านบาท โดยมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 2 โครงการ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นโครงการแนวราบในทำเลทิศที่ 3 ของ กทม.คือด้านทิศใต้ ซึ่งจะนำเสนอต่อคณะกรรมบริษัทฯ ในวันที่ 23 ก.พ.64 เพื่อขออนุมัติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2564 ในเดือน เม.ย.นี้ เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่นำที่ดินมาพัฒนาเป็นโครงการต่อเนื่อง 5-7 ปี นอกจากนั้น ยังมีแผนเปิดอีก 1 โครงการใหม่ในไตรมาส 3/64 เป็นบ้านเดี่ยว ย่านนนทบุรี มูลค่าโครงการราว 500 ล้านบาท

 

อันดับ 5 บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน) หรือ PJW ราคาหุ้นเดือนมกราคมปี 2564 ปรับตัวขึ้น 41.72% จากระดับ 1.51 บาท ณ วันที่ 30 ธ.ค.63 มาอยู่ที่ระดับ 2.14 บาท ณ วันที่ 29 ม.ค.64 ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากแผนธุรกิจปี 2564 โดดเด่น

โดยก่อนหน้านายวิวรรธน์ เหมมณฑารพ ประธานกรรมการบริหาร PJW กล่าวว่า ปี 2564 คาดยอดขายจะเติบโตประมาณ 5-8% โดยจะมาจากการลดต้นทุน ที่จะส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเติบโตอย่างมั่นคง รวมถึงกระแสของอุตสาหกรรมยานยนต์จะกลับมาดีขึ้น ซึ่งคาดจะมีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มบรรจุภัณฑ์ประมาณ 70% และกลุ่มชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับยานยนต์ประมาณ 30%

ขณะเดียวกันคาดว่าน่าจะคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ หลังจากที่การพัฒนาวัคซีนมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง จึงน่าจะส่งผลให้ธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ซึ่งธุรกิจในประเทศจีนจะกลับมาดีขึ้น ส่วนธุรกิจในประเทศไทยจะมีการเติบโตได้มากขึ้น ดังนั้นในปี 2564 จะดีกว่าปี 2563 และจะดียิ่งขึ้นในปี 2565 แม้จะมีการลงทุนน้อยลง

ด้านตลาดบรรจุภัณฑ์น้ำมันและน้ำมันหล่อลื่นจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ หลังจากผู้ผลิตรถยนต์เริ่มทยอยเปิดโรงงานเป็นปกติแล้ว โดยมีส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ประมาณ 45% ขณะที่ชิ้นส่วนยานยนต์ มีมาร์เก็ตแชร์ ประมาณ 10-15% ด้วยคุณภาพและมีความสามารถในการแข่งขันสูง ในส่วนของบรรจุภัณฑ์นมและนมเปรี้ยวได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยในช่วงที่ผ่านมา แต่ยังคงเติบโตจากตลาดส่งออก สำหรับกลยุทธ์ในการแข่งขัน ประกอบด้วย คุณภาพสินค้า การตรงต่อเวลา การทำงาน 24 ชั่วโมง มีความสามารถในการเพิ่มกำลังการผลิต และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า

นางพริม ชัยวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน PJW กล่าวว่า ในปี 2564 อยู่ระหว่างการทำแผนธุรกิจ โดยกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์จะกลับมาที่ฐานเดียวกันในปี 2562 หากไม่มีปัจจัยกดดันจากสถานการณ์โควิด-19 ที่จะมาส่งผลให้ยอดขายถูกเลื่อนออกไป

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน

คำค้น