APEX ตัดเนื้อรักษาหัวใจ.!

เห็นบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ของ “เสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี” เปิดงบปี 2563 ออกมา ตัวเลขขาดทุนสูงถึง 1,881.22 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 932.28 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมลดลงกว่าครึ่ง เหลือเพียง 6,133 ล้านบาท...

สำนักข่าวรัชดา

เห็นบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ของ เสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี เปิดงบปี 2563 ออกมา ตัวเลขขาดทุนสูงถึง 1,881.22 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 932.28 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมลดลงกว่าครึ่ง เหลือเพียง 6,133 ล้านบาท…

ก็ไม่น่าแปลกใจอะไร…ทุกคนรู้ดีว่าในรอบปีที่ผ่านมาธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนักจากมาตรการล็อกดาวน์ ปิดประเทศ เพื่อสกัดไวรัสมรณะโควิดป่วนโลก…การขาดทุนของ AWC ครั้งนี้ จึงไม่ได้เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด แถมเป็นบริษัทในกลุ่ม เสี่ยเจริญ” ที่มีสายป่านยาว…หมดห่วงไร้กังวล

แต่ไฮไลต์น่าจะอยู่ที่การควักเงิน 550 ล้านบาท ซื้อโรงแรมซิกม่า รีสอร์ท จอมเทียน พัทยา ซึ่งเป็นโรงแรมที่มีอาคารสูง 14 ชั้น อยู่ติดถนนเลียบหาดจอมเทียน มีจำนวนห้องพัก 287 ห้อง จากบริษัท เอเพ็กซ์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ APEX นี่ต่างหาก…

ถ้าจำกันได้เมื่อปลายปี 2563 AWC ประกาศตั้งกองทุนวงเงินสูงถึงหมื่นล้านบาท เพื่อกว้านซื้อโรงแรมที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องในยุคโควิด ซึ่งเคสนี้ถือเป็นการปิดดีลแรก..!!

ในมุมของ AWC นี่เป็นโอกาสในการซื้อของถูก ซึ่งช่วงนี้มีโรงแรมที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องให้เลือกช้อปเยอะแยะ…โดย AWC มีเงินจากการระดมทุนอยู่แล้ว ก็แค่รอการกลับมาของธุรกิจท่องเที่ยวหลังโควิดคลี่คลาย…

ถ้าธุรกิจท่องเที่ยวกลับมา พัทยาน่าจะเป็นที่แรก ๆ ที่จะฟื้นตัวได้เร็ว ในขณะที่ AWC มีหน้าตักหนา สามารถรอได้ ช่วงนี้ก็รีโนเวต ปรับปรุงโรงแรมไปพลาง ๆ ก่อน อาจขาดแค่รายได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ท่องเที่ยวกลับมาก็จะเร็ว เพราะมีความพร้อมทั้งในแง่พนักงานและเงินทุน

ส่วนมุม APEX ต้องบอกว่าอยู่ในภาวะต้องดิ้นหนีตาย…ดูได้จากงบการเงิน 3 ปีย้อนหลังที่ยังสะกดคำว่า “กำไร” ไม่เป็น โดยปี 2560 ขาดทุน 113 ล้านบาท จากรายได้รวม 345 ล้านบาท ปี 2561 ขาดทุน 302 ล้านบาท จากรายได้รวม 211 ล้านบาท ปี 2562 ขาดทุน 421 ล้านบาท จากรายได้รวม 98 ล้านบาท ส่วนงวด 9 เดือนแรกปี 2563 ขาดทุน 206 ล้านบาท จากรายได้รวม 662 ล้านบาท

ส่วนเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2563 เหลือแค่ 8.69 ล้านบาทเท่านั้น ขณะที่หนี้สินรวมมากกว่าสินทรัพย์ไปแล้ว โดยมีหนี้สินรวม 3,289 ล้านบาท และมีสินทรัพย์รวม 3,262 ล้านบาท เลยเป็นที่มาของส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ 27.38 ล้านบาท

สถานการณ์น่าเป็นห่วงจริง ๆ…

ถ้า APEX ไม่ทำอะไรก็ลำบาก การขายโรงแรมครั้งนี้ อย่างน้อย ๆ ก็ได้เงินสดเข้ามา 1) เพื่อไปใช้หนี้ และ 2) เป็นแคชโฟลว์ในการดำเนินงาน เติมกระแสเงินสดที่เหลือน้อยเต็มที…หากไม่ขายก็ยังไม่รู้ว่าธุรกิจท่องเที่ยวจะกลับมาเมื่อไหร่..? ก็เลยจำใจขายให้ AWC เพื่อเอาเงินสดไว้ก่อน…

ไม่ต่างจากการตัดเนื้อเพื่อรักษาหัวใจ..!!

แต่นี่อาจไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ APEX ต้องตัดใจขายสินทรัพย์ออกไปเพื่อรักษาหัวใจไว้…

เพราะถ้าดูจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ขณะนี้ ก็น่าคิดว่า APEX ต้องขายโรงแรมอื่นอีกหรือเปล่า..? ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมเชอราตัน กระบี่, โรงแรมคลับเมด กระบี่, โรงแรมเดลต้า โฮเต็ล บาย แมริออท รวมทั้งเรสซิเดนส์…เป็นอีกช็อตที่ต้องจับตากันต่อไป

ส่วนเคส APEX ขายโรงแรมให้ AWC นั้น อาจเป็นเรื่องเล็กของ “เสี่ยเจริญ” แต่เป็นเรื่องใหญ่ของ “เฮียพงษ์พันธ์ สัมภวคุปต์” นะจ๊ะ..!?

…อิ อิ อิ...