กำไรดี..หุ้นเด้งแรง

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มด้วยกันคือ “หุ้นใหญ่” กับ “หุ้นเล็ก” ซึ่งมีสตอรี่คอยบิ้วท์อารมณ์แตกต่างกัน แต่หลักใหญ่ใจความยังอยู่ที่เรื่องผลงานของแต่ละบริษัทในปี 63 ดีกว่าคาดขนาดไหน? ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้นักลงทุนแต่ละกลุ่มมีทางเลือกในการเก็บหุ้นมากขึ้นกว่าเดิม เดี๊ยนถึงหันมาเอาใจเชียร์มวยรองอย่างหุ้นเล็กสุดตัวไงหล่ะค่ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มด้วยกันคือ “หุ้นใหญ่” กับ “หุ้นเล็ก” ซึ่งมีสตอรี่คอยบิ้วท์อารมณ์แตกต่างกัน แต่หลักใหญ่ใจความยังอยู่ที่เรื่องผลงานของแต่ละบริษัทในปี 63 ดีกว่าคาดขนาดไหน? ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้นักลงทุนแต่ละกลุ่มมีทางเลือกในการเก็บหุ้นมากขึ้นกว่าเดิม เดี๊ยนถึงหันมาเอาใจเชียร์มวยรองอย่างหุ้นเล็กสุดตัวไงหล่ะค่ะ

*ประกอบกับเห็นดัชนีกวัดแกว่งถี่ขึ้นกว่าเดิม “โมนิก้า” ถึงกล้าให้แต้มต่อหุ้นเล็กแบบไม่ลังเลใจ เพราะมองในมุมของการเล่นแบบชิลๆ หุ้นเล็กย่อมได้รับแรงกดดันจากพวก “กองทุน” และ “ต่างชาติ” น้อยกว่าเห็น ๆ เดี๊ยนถึงเทใจมาทางนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ หลังหุ้นใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสเริ่มออกอาการเครื่องตื้อไปเสียอย่างนั้น จึงเหลือหุ้นให้รายย่อยเล่นได้ไม่กี่ตัวนะจะบอกให้

*เรื่องดังกล่าวถูกตอกย้ำด้วยอาการของดัชนีที่ขึ้นๆ ลงๆ ก่อนจะลงเอยด้วยการยืนปิดที่ 1,511.03 จุด ลบไป 3.88 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 9.76 หมื่นล้านบาท ล้วนเป็นภาพยืนยันความไม่พร้อมของดัชนีที่จะเดินหน้าขึ้นสร้างฐานใหม่บริเวณ 1,550 จุด แถมหุ้นตัวใหญ่ที่ “กองทุนเข้า ขาใหญ่เล่น” ก็วิ่งระเบิดเถิดเทิงแบบไม่เหลียวหลังอย่างนี้ เดี๊ยนคงเม้าท์ได้แค่ว่า “ใครไว คนนั้นได้” พะยะค่ะ

*เหมือนกับในรายของหุ้นยาง STA ทำท่าละเมียดละไมเหมือนหมดแรงส่ง จนกูรูหลายรายมองตรงกันว่า คงจบรอบที่ยอดเดิมแถว ๆ 34 บาท เพราะทันทีที่ประกาศกำไรปี 63 โตกระฉูดเมื่อคืนวันอังคาร ช่วงเช้าวันพุธราคาหุ้นในกระดานกลับไม่ตอบรับ จู่ ๆ วานนี้ราคาหุ้นกลับพุ่งพรวดขึ้นมาปิดที่ 43.50 บาท บวกไป 9 บาท หรือขึ้นไป 26% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.20 หมื่นล้านบาท มันเป็นเกมที่ตั้งตัวไม่ทันเลยพับผ่าซิ!

*ส่วนหุ้นลูก STGT ก็มีลักษณะเหมือนกับหุ้นแม่ทุกประการ “โมนิก้า” จึงไม่ต้องสาธยายการวิ่งขึ้นมาปิดที่ 41  บาท บวกไป 1.25 บาท หรือขึ้นไป 3.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7 พันล้านบาท แต่สิ่งที่อยากจะเล่าให้ฟังเป็นเกร็ดความรู้ก็คือ ช่วงพีคของธุรกิจถุงมือยางได้ผ่านพ้นไปแล้ว ต่อจากนี้จะเป็นกำไรจริงที่มาจากดีมานด์ลดลง วานนี้ราคาหุ้นถึงทำท่าเหมือนจะไปได้ไกล พอเอาเข้าจริงกลับมีอาการฝ่อให้เห็นนะซี

*ทางด้านหุ้นที่มาแรงแซงทางโค้งอย่าง PTG กลายเป็นจุดที่ “โมนิก้า” ให้ความสนใจจริง ๆ เพราะการกระชากขึ้นมาปิดที่ 19.70 บาท บวกไป 1.40 บาท หรือขึ้นไป 7.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.91 พันล้านบาท พร้อมกับเป็นการวิ่งขึ้นมาทดสอบยอดเดิมแถว ๆ 20 บาทเป็นครั้งที่ 5 มันมีนัยสำคัญมากมายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นในมุมของผลงานปี 63 ต่อเนื่องถึงปี 64 ที่สวยงาม หรือแม้กระทั่งการต่อยอดธุรกิจใหม่ และค่าพีอีที่จะลดลง ล้วนเป็นบวกต่อหุ้นนะนายจ๋า!

*ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” หันมามองหุ้น TQR เพื่อกระชับพื้นที่หุ้นเล็กสักหน่อย เพราะการวิ่งขึ้นมาชนซิลลิ่งเป็นวันที่ 2 ด้วยการยืนปิดที่ระดับ 19.80 บาท บวกไป 4.50 บาท หรือขึ้นไป 30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 564 ล้านบาท ท่ามกลางกำไรโตระเบิดระเบ้อ ย่อมเป็นข้อมูลที่ทำให้ทุกคนเชื่อว่า วันนี้น่าจะมีอีกซิลลิ่ง! จึงเป็นเรื่องที่เดี๊ยนอยากจะเม้าท์มอยด์สุดๆ ในห้วงเวลานี้เจ้าค่ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ DOD เห็นกันทนโท่ว่า ผลงานปี 63 มาดีเหลือเกิน และในปี 64 น่าจะดีขึ้นไปอีก เพราะตลาดอาหารเสริมเพื่อสุขภาพโตมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ยิ่งมองในมุมของผู้สูงวัย และคนกีฬาที่มีเพิ่มขึ้นทุกปี “โมนิก้า” กล้าพูดแบบเต็มปากเต็มคำว่า นี่เป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์มากสุดตัวหนึ่ง จึงอยากให้แฟนคลับประเมินเล่น ๆ ว่า หากกำไรต่อหุ้นปี 63 ตกที่ระดับ 0.55 บาท ต่อจากนั้นเทียบบนพีอี 30 เท่า ก็จะเห็นว่า ราคาหุ้นที่ปิดในระดับ 13.50 บาท บวกไป 0.40 บาท หรือขึ้นไป 3% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 395 ล้านบาท ยังมีแก๊ปให้เล่นแน่นอนเพค่ะ

*คล้ายกับกรณีของ AIE ทะยานขึ้นมาปิดที่ 1.05 บาท บวกไป 0.11 บาท หรือขึ้นไป 11.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 159 ล้านบาท ก็มาจากกำไรโตสะแด่วแห้วอย่างไม่ต้องสงสัย ผนวกกับราคาปาล์มในตลาดยังอยู่ในระดับสูง หรือแม้กระทั่งมองในมุมของพีอีซึ่งอยู่ในระดับที่เล่นได้ “โมนิก้า” ย่อมนำเสนอหุ้นตัวนี้เป็นทางเลือกให้กับแมงเม่าที่เบี้ยน้อยหอยน้อย เพราะยังมีมุมปันผลที่ทำการแต่งตัวไว้ตั้งแต่ปีก่อนนะคะ