พาราสาวะถี

แม้จะจบลงไปด้วยความสบายใจของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจและ 9 รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ที่ยังไม่จบคือตัวเลขของเสียงโหวตที่มีต่อรัฐมนตรีผู้ถูกซักฟอก ในรายของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่พบว่า 6 ส.ส.ดาวฤกษ์ของพรรคสืบทอดอำนาจ “งดออกเสียง” ไม่เป็นไปตามที่วิปรัฐบาลตกลงกันไว้ เท่ากับเป็นการตบหน้ากันฉาดใหญ่ โดยที่พี่ชายของเสี่ยโอ๋อย่าง เนวิน ชิดชอบ ถึงขั้นมองว่านี่เป็นการหักหลังกันทางการเมือง

อรชุน

แม้จะจบลงไปด้วยความสบายใจของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจและ 9 รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ที่ยังไม่จบคือตัวเลขของเสียงโหวตที่มีต่อรัฐมนตรีผู้ถูกซักฟอก ในรายของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่พบว่า 6 ส.ส.ดาวฤกษ์ของพรรคสืบทอดอำนาจ งดออกเสียง” ไม่เป็นไปตามที่วิปรัฐบาลตกลงกันไว้ เท่ากับเป็นการตบหน้ากันฉาดใหญ่ โดยที่พี่ชายของเสี่ยโอ๋อย่าง เนวิน ชิดชอบ ถึงขั้นมองว่านี่เป็นการหักหลังกันทางการเมือง

ทำเอาเดือดร้อนกันทั้งพรรคถึงขนาดสั่งให้กลุ่มที่โหวตสวนตั้งโต๊ะแถลงข่าวโดยทันทีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะยกเลิกในภายหลัง นั่นเป็นเพราะต้องเคลียร์ใจกันให้จบเพื่อที่จะแสดงความรับผิดชอบอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้เป็นที่พอใจสำหรับฝ่ายที่ถูกทำให้เสียหน้า ลำพังแค่คำขอโทษไม่น่าจะเพียงพอ ต้องมีบทลงโทษตามมาสำหรับต้นสังกัด แม้ว่าพรรคการเมืองอย่างภูมิใจไทยจะไม่ใช่ประเภทยอมหักไม่ยอมงอก็ตาม การไม่ให้เกียรติกันเช่นนี้มันย่อมทำให้มีปัญหาในการทำงาน

พอจะเข้าใจได้ในทางการเมืองหลายเรื่องก็มีการขบเหลี่ยมกันอยู่ตลอดโดยเฉพาะงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนั้นไม่ได้เป็นการขัดกันเพราะยึดเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง หากแต่เป็นเรื่องของประโยชน์ที่ควรจะเกิดทั้งต่อตัวเองและมิติทางการเมืองสำหรับพรรคต้นสังกัดด้วย ส่วนคนของพรรคแกนนำรัฐบาลหากไม่รู้ว่าถ้าทำให้ยี่ห้อห้อยร้อยห้าสิบโกรธแล้วผลจะเป็นอย่างไร ลองไปสะกิดถามอดีตปลัดคมนาคมอย่าง สุพจน์ ทรัพย์ล้อม ดู

เมื่อมั่นใจว่าได้ชี้แจงทุกอย่างครบถ้วนแล้ว ถึงขนาดที่ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจบ่นว่าสิ่งที่ฝ่ายค้านอภิปรายก็เรื่องเดิม ๆ ให้มาตอบซ้ำซากอยู่ได้ ดังนั้น ก็คงไม่ต้องหวั่นไหวอะไรกับรัฐมนตรีที่จะถูกยื่นเอาผิดผ่านป.ป.ช. โดยในรายของท่านผู้นำจะถูกยื่นให้ตรวจสอบในประเด็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ละเลยการเอาผิดกับผู้ทุจริตในโครงการจัดซื้อถุงมือยางของอคส. ที่จะพ่วงยื่นไปกับ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

แต่กรณีนี้ถ้ามองถึงกระบวนการตรวจสอบที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ก็คงยากที่จะไปเอาผิดผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจ ส่วนรายในการอู๊ดด้าก็ต้องไปพิสูจน์กันว่าตัวละครที่ปรากฏในขบวนการทุจริตนั้น มีความเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกันตามข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านหรือไม่ ซึ่งถ้าดูจากความมั่นใจของคนพรรคประชาธิปัตย์แล้ว แสดงว่าไม่น่าจะมีปัญหา ถึงขั้นประกาศว่าจะต้องลากคอคนที่อยู่ในขบวนการโกงมาลงโทษให้ได้ หมายความว่า คนของพรรคตัวเองย่อมไม่อยู่ใจข่ายเป็นเรื่องไกลตัวอย่างยิ่ง

ส่วนประเด็นการขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส 104 บาทตลอดสาย และการขยายสัญญาให้บริษัทเอกชน 40 ปีทั้งที่เหลือสัญญาเดิมอีก 10 ปีนั้น ถึงเป็นความรับผิดชอบของกทม. แต่ในฐานะที่กำกับดูแลแม้จะอ้างว่าไร้อำนาจในการสั่งการและตัดสินใจ แต่ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คงต้องไปพิสูจน์กับป.ป.ช.หลังฝ่ายค้านยื่นร้องว่า ได้แสดงท่าทีคัดค้าน ไม่เห็นด้วยต่อการดำเนินการดังกล่าวอย่างจริงจังแข็งขันหรือไม่

ในกรณีของการขึ้นค่าโดยสาร 104 บาทนั้น ยังมีประเด็นที่พรรคภูมิใจไทยไปยื่นร้องต่อศาลปกครองซึ่งอยู่ในกระบวนการไต่สวนอยู่ด้วย ส่วนการต่อสัญญาระยะยาวที่คนส่วนใหญ่เกิดข้อกังขา มีปัญหาเกี่ยวพันทั้งกทม.และเผด็จการคสช. ทั้งหมดทั้งมวลนั้น ความสำคัญมันอยู่ที่ว่าผู้ที่มีอำนาจในการพิจารณาและตัดสินใจมองเห็นประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่หรือมุ่งแต่เอาอกเอาใจเจ้าสัวผู้มีพระคุณต่อขบวนการสืบทอดอำนาจ หากไม่เคลียร์แล้วยังผลักภาระให้ประชาชนนี่คือความอัปยศอย่างหนึ่งภายใต้ร่มเงาเผด็จการ

ปัญหาเรื่องเสียงโหวตไม่ได้มีเฉพาะพรรครัฐบาล หากแต่ฝ่ายค้านก็เกิดข้อคำถามเหมือนกัน รายของ 4 ส.ส.พรรคก้าวไกลไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะรู้กันเป็นการภายในอยู่แล้วว่า แต่ละคนแต่ละพวกใครมีความเคลื่อนไหวอย่างไร โดยในส่วนของพรรคเชื่อว่าจะมีมาตรการในการลงโทษอยู่แล้ว เหมือนที่เคยได้ทำมาในยุคของพรรคอนาคตใหม่ แต่หนนี้คงไม่ถึงขั้นไล่ให้พ้นพรรค และพรรคร่วมฝ่ายค้านก็คงไม่ติดใจต่อการดำเนินการของก้าวไกล

ที่ต้องไล่บี้ถามกันให้ชัดคงเป็น 5 ส.ส.ของพรรคเพื่อชาติ ที่กุมบังเหียนโดย สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ซึ่งมีส.ส. 3 คนโหวตไว้วางใจ ธรรมนัส พรหมเผ่า ส่วนอีก 2 คนไม่ออกเสียง อันเป็นการโหวตสวนกับทิศทางของพรรคฝ่ายค้านทั้งหมด ฟังคำชี้แจงของสงครามอ้างว่าพรรคปล่อยให้ฟรีโหวต และฟังสิ่งที่เจ้าตัวชี้แจงแล้วไม่ถึงขั้นทุจริตจะมาโหวตไม่ไว้วางใจได้อย่างไร ถือว่าไร้น้ำหนักเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่คนทั่วไปคิดได้และเชื่อว่ามีคืองานนี้กินกล้วยกันพุงกาง

อย่าลืมเป็นอันขาดว่าช่วงวันสองวันก่อนลงมติ มีชื่อว่ารายของธรรมนัสและ สุชาติ ชมกลิ่ม จะได้คะแนนโหวตไว้วางใจน้อยกว่าเพื่อน จึงเกิดการล็อบบี้มีการแจกกล้วยกันอุตลุตทั้งในส่วนของส.ส.พรรครัฐบาลที่เล่นแง่ ส่วนฝ่ายค้านไม่ต้องพูดถึงมีงูเห่าหิวกล้วยรอการติดต่ออยู่แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่หนแรกโดยที่พรรคแกนนำฝ่ายค้านอย่างเพื่อไทยแม้กระทั่งพรรคที่แสดงจุดยืนแข็งขันต่อการรังเกียจเรื่องนี้ ก็เกิดภาวะน้ำท่วมปากกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเหมือนกัน เพราะส.ส.ในสังกัดจำนวนหนึ่งก็มีพฤติกรรมไม่ต่างกัน

ทั้งหมดนี้ เนื่องจากการเมืองที่ถูกแช่แข็งมาเกือบ 7 ปี บรรดาเสือหิวเสือโหยทั้งหลายก็ต้องรอจังหวะ หาโอกาสกอบโกย ช่วงของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณถือเป็นนาทีทองของคนพวกนี้ที่สบโอกาสถอนทุนหรือเก็บสะสมเสบียง กระสุน ส่วนการซักฟอกถือเป็นผลพลอยได้ เสนาบดีใครที่ต้นทุนส่วนตัวต่ำ ก็จำเป็นต้องควักทุนเพื่อขอเสียงในการสร้างความมั่นคงในตำแหน่งให้กับตัวเอง ยิ่งใกล้เวลาโหวตและกระแสว่าจะได้คะแนนต่ำแรงเท่าไหร่ พวกเห็นแก่ได้ยิ่งได้ทีโก่งค่าตัว

ว่ากันว่าหนนี้มีกันเจ็ดหลักกลาง ๆ ไปจนถึงปลาย ๆ สำหรับพวกที่โหวตไว้วางใจอย่างเดียว ส่วนพวกที่ทอดไมตรีทั้งโหวตให้และมีท่าว่าจะไปอยู่ด้วย ก็ซื้อใจกันด้วยตัวเลข 8 หลัก มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ควักเพราะเชื่อมั่นในแบ็กอัพนั่นก็คือ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เพราะทันทีทันใดที่เสร็จสิ้นการโหวตก็ตามมาด้วยข่าวว่า ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจยกหูหาครูตั๊นปลอบใจกันยกใหญ่ พร้อมการันตีไม่นำเสียงโหวตมาเป็นตัวชี้วัดในการปรับครม. ให้รู้กันบ้างว่าไผเป็นไผ