ครม. เห็นชอบ ร่างกม. กำหนดประเภทสถาบันการเงิน ต้องรายงานข้อมูลบัญชีสหรัฐฯ

ครม. เห็นชอบ ร่างกม. กำหนดประเภทสถาบันการเงิน ต้องรายงานข้อมูลบัญชีสหรัฐฯ

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (23 ก.พ.64)  เห็นชอบให้กำหนดประเภทสถาบันการเงินที่ต้องรายงานข้อมูลบัญชีสหรัฐตามข้อตกลงร่วมมือภาษีอากรระหว่างประเทศ ตามที่รัฐบาลไทยและรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้มีข้อตกลงความร่วมมือในการปรับปรุงการปฏิบัติตามการภาษีอากรระหว่างประเทศและการดำเนินการตาม Foreign Account Tax Compliance Act : FATCA

ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในด้านภาษีอากรผ่านระบบปฏิบัติการแลกเปลี่ยนข้อมูลอัตโนมัติ จะได้ไม่มีการเก็บภาษีซ้ำซ้อนและป้องกันการเลี่ยงภาษีในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ และเพื่อให้ข้อตกลงมีผลบังคับทางกฎหมาย ได้มีการออก พ.ร.บ.การปฏิบัติตามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อความร่วมมือในการปรับปรุงการปฏิบัติตามภาษีอากรระหว่างประเทศ พ.ศ.2560 และมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560

ดังนั้น เพื่อให้สถาบันการเงินของไทยสามารถปฏิบัติตามความตกลงฯ ได้อย่างถูกต้อง ครม.จึงเห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับประเภท ลักษณะ ขนาด การให้บริการ หรือธุรกรรมของผู้มีหน้าที่รายงาน พ.ศ. …. (รายงานข้อมูลบัญชีสหรัฐในสถาบันการเงินไทย ตามที่กำหนดในข้อตกลง ฝั่งสหรัฐก็มีต้องรายงานเช่นเดียวกัน) โดยมีสาระสำคัญคือ กำหนดให้ผู้มีหน้าที่รายงาน ดังนี้

1.สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

2.บริษัทหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

3.สถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

4.ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิตและผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย

5.ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

6.ผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาตามกฎหมายว่าด้วยการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา

7.ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต

8.บุคคลอื่นใดที่ประกอบธุรกิจรับฝากหลักทรัพย์รับฝากเงินหรือดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุน

ทั้งนี้ เว้นแต่บุคคลที่ไม่มีหน้าที่รายงานตามความตกลงฯ หรือไม่มีหน้าที่รายงานหรือได้รับยกเว้นไม่ต้องรายงานตามประเภทลักษณะขนาดหรือที่มีการให้บริการหรือธุรกรรมตามที่ระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายความตกลง 2 หรือตามระเบียบข้อบังคับกระทรวงการคลังของประเทศสหรัฐอเมริกา