โบรกฯแนะ “ทยอยซื้อ” AMANAH มองกำไรปี 64 โตแตะ 324 ลบ.

โบรกฯแนะ “ทยอยซื้อ” AMANAH มองกำไรปี 64 โตแตะ 324 ลบ.

บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์เกี่ยวกับหุ้น บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMANAH โดยมองกำไรปี 64 จะเพิ่มจากปี 63 ที่ 11.5% จากปีก่อน ปรับเพิ่มประมาณการเงินปันผลปี 64 ขึ้นเป็น 0.14 บาท/หุ้น จากเดิมคาดไว้ที่ 0.13 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทนเงินปันผล 2.3% และปี 65 ปรับเพิ่มเป็น 0.18 บาท/หุ้น จากเดิมที่ 0.15 บาท/หุ้น จากการปรับประมาณการกำไรขึ้น ส่งผลให้ BV ปรับขึ้นตามประมาณการกำไรที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ทางฝ่ายได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ ROE ระยะยาวขึ้นเป็น 19.50% ตามการเติบโตของกำไร และทำให้ P/BV ที่ใช้ประเมินราคาพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.9 เท่าจากเดิม 1.9 เท่า ส่งผลให้ราคาพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นเป็น 6.50 บาท จากเดิม 3.12 บาท อย่างไรก็ตามเนื่องจาก ราคาหุ้นปัจจุบันที่ปรับขึ้นใกล้เคียงราคาพื้นฐานใหม่ จึงยังคงแนะนำ “ทยอยซื้อ” เพื่อลดความ เสี่ยงจากการปรับฐานของราคาหุ้นในระยะสั้น

ทั้งนี้ AMANAH ตั้งเป้าที่จะปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 64 ประมาณ 1.6 – 2 พันล้านบาท เมื่อหักกับการชำระคืนสินเชื่อของลูกค้าแล้วจะเป็นอัตราการเติบโตของสินเชื่อรวมประมาณ 25 – 30% จากปีก่อน ซึ่งเป็นระดับที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับปี 63 ที่สินเชื่อรวมมีการเติบโตเพียง 2.5% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม AMANAH มีแผนจะใช้ช่องทางการปล่อยสินเชื่อผ่านทาง ธ.อิสลามเพิ่มมากขึ้น ทางฝ่ายประเมินการเติบโตของสินเชื่อรวมของ AMANAH อย่างอนุรักษ์นิยม โดยคาดไว้ที่ประมาณ 10% จากปีก่อนในปี 64

พร้อมกันนี้ คาดว่าสำรองที่มีอยู่อย่างเพียงพอจะทำให้ AMANAH สามารถลดระดับการตั้งสำรองลง และทำให้ประมาณการกำไรปี 64 – 65 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 324 ล้านบาท และ 417 ล้านบาท ตามลำดับ ปรับเพิ่มประมาณการเงินปันผลปี 64 ขึ้นเป็น 0.14 บาท/หุ้น จากเดิมคาดไว้ที่ 0.13 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทนเงินปันผล 2.3% และปี 65 ปรับเพิ่มเป็น 0.18 บาท/หุ้น จากเดิมที่ 0.15 บาท/หุ้น จากการปรับประมาณการกำไรขึ้น ส่งผลให้ BV ปรับขึ้นตามประมาณการกำไรที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ทางฝ่ายได้ ปรับ ROE ระยะยาวขึ้นเป็น 19.50% ตามการเติบโตของกำไร และทำให้ P/BV ที่ใช้ประเมินราคา พื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.9 เท่า จากเดิม 1.9 เท่า ส่งผลให้ราคาพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นเป็น 6.50 บาท จากเดิม 3.12 บาท

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันที่ปรับขึ้นค่อนข้างใกล้เคียงราคาพื้นฐานใหม่ จึงยังคงแนะนำ “ทยอยซื้อ” เพื่อลดความเสี่ยงจากการปรับฐานของราคาหุ้นในระยะสั้น

ทางฝ่ายคาดว่า NPL ของ AMANAH จะยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นภายหลังจากที่การพักชำระหนี้หมดลง และลูกค้าต้องกลบมาชำระตามปกติแต่การปล่อยสินเชื่อเพิ่มจะทำให้สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวม ณ สิ้นปี 64 ลดลงเหลือ 3.09% และระดับสำรองต่อ NPL ที่มีอยู่ในงวดไตรมาส 4/63 ที่ 155% เพียงพอที่จะรองรับ NPL ที่จะเพิ่มสูงขึ้นได้ จึงคาดว่า AMANAH จะมีการลดระดับการตั้งสำรองลงเหลือ 1.7% ของสินเชื่อรวม ในปี 64 และลดลงเหลือ 1.5% ของสินเชื่อ รวมในปี 65 ลดลงจากปี63 ที่มีการตั้งสำรอง 1.9% ของสินเชื่อรวม และลดลงจากประมาณ การเดิมของทางฝ่ายที่คาดไว้ที่ 1.8% ของสินเชื่อรวม ทำให้ประมาณการกำไรปี 64 – 65 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 324 ล้านบาท และ 417 ล้านบาท ตามลำดับ จากเดิมคาดไว้ที่ 282 ล้านบาท และ 328 ล้านบาทตามลำดับ

คำค้น