ปฏิรูปรัฐล้าสมัยใต้ตู่

ใครเขียนสคริปต์ยัดปากประยุทธ์ จะปฏิรูปภาครัฐที่ล้าสมัย เร่งแก้ปัญหากำลังคนที่มีทักษะต่ำไปสู่กำลังคนและภาครัฐที่มีสมรรถนะสูง ต้องปฏิรูปไปด้วยกันทั้งหมดทั้งเศรษฐกิจ การศึกษา สังคม กฎหมาย

ทายท้าวิชามาร : ใบตองแห้ง

ใครเขียนสคริปต์ยัดปากประยุทธ์ จะปฏิรูปภาครัฐที่ล้าสมัย เร่งแก้ปัญหากำลังคนที่มีทักษะต่ำไปสู่กำลังคนและภาครัฐที่มีสมรรถนะสูง ต้องปฏิรูปไปด้วยกันทั้งหมดทั้งเศรษฐกิจ การศึกษา สังคม กฎหมาย

คนเขียนสคริปต์ไม่ดูสารรูปคนพูดเลย แค่ท่องได้เป็นนกแก้วนกขุนทอง ผู้นำรัฐประหารที่ยัดเยียดให้เด็กท่องค่านิยม 12 ประการ เพิ่มอำนาจรัฐราชการ รวมศูนย์อำนาจสู่ส่วนกลางมา 7 ปี วันนี้บอกว่าจะปฏิรูปรัฐล้าหลัง

เป็นคำพูดที่ตลกจนน่าสมเพช หลอกทั้งชาวบ้านและตัวเอง ประยุทธ์เป็นคนทันสมัย ทักษะสูง จะไปปฏิรูปคนอื่น? ทั้งที่เป็นผู้นำรัฐอนุรักษ์นิยมเทอะทะ สิ้นเปลือง ยิ่งปฏิรูปยิ่งเพิ่มข้าราชการระดับสูง นายพล ที่ปรึกษา หาตำแหน่งให้กัน แบบ “บิ๊กโจ๊ก” ระบบราชการทุกวันนี้หัวโต สมองลีบ แขนขาไม่มีเรี่ยวแรง ทำงานตามระเบียบเอกสาร ถูกควบคุมโดยกรมบัญชีกลางโดย ปปช., ปปท., สตง. จนคิดนอกกรอบไม่ได้ แต่คนรู้ช่องทางก็ยังหาประโยชน์ได้

เอาง่าย ๆ ประยุทธ์จะปฏิรูปการศึกษา ? แต่ออกคำสั่ง คสช. เพิ่มโครงสร้างกระทรวงศึกษาฯ ให้มีทั้งศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด ตั้ง กศจ.ขึ้นกับผู้ว่าฯ ทับซ้อนโครงสร้างเดิมที่มีสำนักงานเขตพื้นที่ ทั้งประถม มัธยม

ผลก็คือครูได้เลื่อนขั้น มีตำแหน่งบริหาร สร้างสำนักงาน เพิ่มงบซื้อรถ ซื้อครุภัณฑ์ ฯลฯ แต่ครูที่อยู่กับเด็กกับโรงเรียนกลับน้อยลง การศึกษาแทนที่จะเอาเด็กเป็นศูนย์กลาง กลับเอางบประมาณไปใช้กับเงินเดือนครู เงินเดือนผู้บริหาร จนแทบไม่เหลือถึงเด็ก

เกือบยี่สิบปีที่ผ่านมา ส่วนราชการและท้องถิ่นก้าวหน้าไปเยอะ ส่วนราชการบางหน่วยทำงานที่ตัวเองถนัด ต่อสายตรงเข้ากรมไม่ต้องขึ้นกับผู้ว่าฯ ไม่ต้องขึ้นกับหน่วยงานกระทรวงประจำจังหวัด แต่ยุค คสช.ย้อนไปรวบอำนาจหมด ท้องถิ่นถูกจำกัดอิสระ ราชการต้องขึ้นต่อกันเป็นทอด ๆ เพราะทัศนะบริหารแนวดิ่งแบบกองทัพ รวบอำนาจอยู่ที่มหาดไทย และ กอ.รมน.ซึ่งมีทหารเป็นรอง ผอ.ทุกจังหวัด

7 ปีประยุทธ์ บริหารรัฐแบบกองทัพ แต่ไม่ใช่หน่วยรบกะทัดรัดเคลื่อนที่เร็ว เป็นกองทัพที่ใหญ่โตเทอะทะ เต็มไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิผู้เชี่ยวชาญ หน่วยธุรการซ้ำซ้อน ระเบียบกองเป็นตั้ง ต้องรอฟังคำสั่งจากศูนย์กลาง โดยมีจุดมุ่งหมายหลักคือควบคุมความมั่นคง ควบคุมทัศนคติประชาชน พร้อมไปกับใช้กลไกสงเคราะห์ ให้ประชาชนหวังพึ่ง ซึ่งบางครั้งก็ขี่ช้างจับตั๊กแตน เช่นเอาทหารไปแจกผ้าห่ม นายพลขึ้น ฮ.ไปแย่งงาน อบต.ทำ

การปฏิรูปกฎหมายก็เห็นกันว่า นับวันยิ่งเลือกปฏิบัติ ใช้ พรก.ฉุกเฉิน พรบ.โรคติดต่อกับ “หมู่บ้านทะลุฟ้า” อ้างว่าจะแพร่โควิด ? แต่พวกแต่งชุดไทยไปเซิร์ฟสเก็ต หรือรถไฟฟ้าแออัด ไม่ยักแพร่โควิด

รัฐเลือกใช้กฎหมายเล่นงานคนต่อต้าน แต่พยายามจะบอกนักลงทุนต่างชาติ นักท่องเที่ยว ให้เชื่อมั่นว่า ตำรวจไทย กระบวนการยุติธรรมไทย จะให้ความเที่ยงธรรม เพราะคุณไม่ใช่พวกชังชาติ

รัฐอนุรักษ์นิยมไทยเป็นรัฐที่ใหญ่โต เทอะทะ เต็มไปด้วยระเบียบจารีตพิธีกรรม ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษ เพราะในขณะที่พยายามอ้างจีน สิงคโปร์ ว่าไม่ต้องเป็นประชาธิปไตยก็เจริญได้ ระบอบพรรคเดียวของจีน หรือระบอบผูกขาดแบบสิงคโปร์ กลับสามารถให้บริการที่มีคุณภาพ สร้างความพึงพอใจให้ประชาชน แตกต่างกันอย่างหน้ามือหลังเท้า

พรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นเผด็จการที่มุ่งสร้างรัฐบริการ เพื่อผูกใจประชาชน แต่ระบอบอนุรักษ์นิยมไทยมุ่งสร้างรัฐเจ้านาย บังคับให้ประชาชนเชื่อฟัง แล้วยังต้องสำนึกบุญคุณอีกต่างหาก ทั้งที่ถลุงเงินจากภาษีประชาชน

ระบอบอำนาจอย่างนี้ ไม่มีทางปฏิรูปให้พ้นความล้าหลังได้ ยิ่งอยู่ใต้ประยุทธ์ ยิ่งไม่มีทาง ระบบราชการก็ได้แต่คนที่มีทักษะต่ำ ไม่เชื่อไปดูตามกระทรวง ตามกรมต่าง ๆ ที่พยายามสร้างนักเรียนทุน ให้ทุนเรียนนอกแล้วกลับมาใช้ทุน

โอ้โห ล้นหลาม ข้าราชการหนุ่ม ๆ สาว ๆ ใช้ทุนครบแล้วลาออกไปทำงานเอกชน เหลือคนอยู่แค่หยิบมือ