“สธ.” จับตาโควิดโลกใกล้ชิด ห่วงสถานการณ์ระบาด กระทบแผนเปิดประเทศรับนทท.

“สธ.” จับตาโควิดโลกใกล้ชิด ห่วงสถานการณ์ระบาด กระทบแผนเปิดประเทศรับนทท.

นพ.เฉวตสรร นามวาท รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากไทยเตรียมเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศในวันที่ 1 ก.ค.64

ขณะที่สถานการณ์ในประเทศนั้นมีแนวโน้มลดลง โดยรอบสัปดาห์นี้พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ในพื้นที่ 9 จังหวัด ลดลง 16 จังหวัดในสัปดาห์ก่อน และยังไม่พบการระบาดในพื้นที่ใหม่ โดยพบผู้ป่วยติดเชื้อในพื้นที่เดิมๆ

สำหรับมาตรการและกลยุทธ์ที่ใช้ควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะนี้จะใช้วิธีล็อกเป้าหมายหยุดการแพร่เชื้อให้ได้ภายใน 28 วัน เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชน อย่างกรณีตลาดก็จะดำเนินการให้เกิดความมั่นใจว่าปลอดภัย ก่อนที่จะให้กลับไปค้าขายอีกครั้ง และมีมาตรการติดตามสุ่มตรวจต่อเนื่อง ซึ่งเป็นบทเรียนที่ได้จากตลาดพรพัฒน์ในจังหวัดปทุมธานี

นอกจากนี้ยังจับตาดูผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศแล้วเข้าพักใน Alternative State Quarantine (ASQ) มีสัดส่วนการติดเชื้อสูง เพื่อหามาตรการป้องกันการติดเชื้อภายในสถานกักกัน หลังพบมีบุคลากรติดเชื้อเชื่อมโยงจากผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ เนื่องจากย่อหย่อนต่อมาตรการป้องกัน ซึ่งได้กำชับให้ปฏิบีติตามหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัดเต็มที่ เพราะการติดเชื้อมาจากต่างประเทศเป็นเหตุสุดวิสัยที่จะไปควบคุม แต่การติดเชื้อภายใน ASQ สามารถป้องกันได้

นพ.เฉวตสรร ยังปฏิเสธข่าวการเก็บวัคซีนโควิด-19 ไว้ในสต๊อกเป็นจำนวนมากนับล้านโดสนั้นไม่เป็นความจริง เพราะที่ผ่านมามีแผนกระจายวัคซีนไปยังจังหวัดต่างๆ ตามลำดับความสำคัญทันทีที่ได้รับมอบจากผู้ผลิต โดยตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-30 มี.ค.64 ได้กระจายวัคซีนซิโนแวกไปยัง 13 จังหวัด จำนวน 190,720 โดส รวม 180,477 โดส และวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าไปยัง 5 จังหวัด จำนวน 85,880 โดส ขณะที่มีผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 จำนวน 151,413 ราย และเข็มที่ 2 จำนวน 29,064 ราย

“การมีข้อมูลไม่ถูกต้องแล้วถูกเผยแพร่ออกไปจะส่งผลในภาพลบ ทำให้ไม่มั่นใจต่อระบบสาธารณสุข ซึ่งจะเป็นปัญหาต่อการควบคุมการระบาด” นพ.เฉวตสรร กล่าว