เปิด 25 หุ้น ‘พุ่งแรง’ (เดือน มี.ค. 64)

เส้นทางนักลงทุน

เดือนมีนาคม 2564 ที่ผ่านมา ดัชนี SET Index เคลื่อนไหวลักษณะไซด์เวย์ แต่ภาพรวมยังสามารถบวกได้อยู่ เนื่องจากดัชนีขึ้นมาปิด ณ วันที่ 31 มี.ค. 2564 อยู่ที่ระดับ 1,587.21 จุด โดยปรับตัวขึ้นมาจากช่วงวันที่ 25 ก.พ. 2564 ที่ปิดระดับ 1,496.78 จุด ทำให้ปรับตัวขึ้น 90.43 จุด หรือขึ้นไป 6.04%

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ดัชนีปรับตัวขึ้น สอดคล้องกับราคาหุ้นหลายตัวที่ปรับตัวขึ้นไปในทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงขาขึ้น ขณะที่หุ้นรายตัวปรับตัวขึ้น จากการสำรวจพบว่า เป็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นช้าในช่วงที่ผ่านมา แล้วกลับมาถูกเก็งกำไร อาจเป็นเพราะการสลับตัวเล่นของนักลงทุน ประกอบกับหุ้นดังกล่าวมีกระแส

สำหรับราคาหุ้นในกลุ่มตลาด SET ที่ปรับตัวขึ้นแรง ผลสำรวจพบว่าใน 25 อันดับแรก ได้แก่ JTS, PAF, CSP, ZMICO, CEN, GBX, 7UP, EVER, AEC, TNPC, PERM, TTA, VNG, EMC, MILL, TGPRO, BWG, TFI, NUSA, ASIAN, DDD, MATI, ACC, UOBKH และ GENCO ซึ่งหุ้นดังกล่าวมักไม่ค่อยเห็นราคาพุ่งแรง โดยเพียงเคลื่อนไหวในกรอบแคบเป็นส่วนใหญ่เท่านั้น

ทั้งนี้ จากการคัดสรรหุ้นราคาพุ่งแรง 25 อันดับแรกกลับพบว่ามี 8 ตัวแรกที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเกิน 100% นับว่าภายในเดือนเดียวให้ผลตอบแทนเกิน 1 เท่า

ตัวอย่าง บริษัท จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JTS โดยเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2564 ราคาหุ้นปิดที่ 2.96 บาท ในขณะวันที่ 31 มี.ค. 2564 ราคาหุ้นปิดที่ 14.00 บาท โดยราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 11.04 บาท หรือบวกไป 372.97% สภาพการซื้อขายหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากวันก่อนหน้าในช่วงดังกล่าว ถือว่าบริษัทไม่มีพัฒนาการใด ๆ หรือสารสนเทศที่มีนัยสำคัญ

มีเพียงประเด็นปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยทาง JTS เข้าซื้อหุ้นของบริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค จำกัด (JASTEL) ทำให้มีการคาดการณ์ว่าผลประกอบการของ JTS หลังควบรวมกับ JASTEL แล้ว จะมีฐานะกำไรเติบโตขึ้นหลายเท่า เนื่องจากธุรกิจมีการบริการที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลทำให้ลูกค้า 3BB เพิ่มขึ้นอีกด้วย

บริษัท แพนเอเซียฟุตแวร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PAF โดยเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2564 ราคาหุ้นปิดที่ 0.63 บาท ในขณะวันที่ 31 มี.ค. 2564 ราคาหุ้นปิดที่ 1.52 บาท โดยราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 0.89 บาท หรือบวกไป 141.27% สำหรับราคาหุ้นปรับตัวขึ้นในช่วงดังกล่าวมีเพียงประเด็นบวกหลังบริษัทมีการประกาศกำไรปี 2563 ทำได้ 89.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 137.29% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน 37.75 ล้านบาท โดยโตแรงจากรับรู้รายการขายทรัพย์สินบริษัทย่อย

บริษัท ซีเอสพี สตีลเซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CSP โดยเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2564 ราคาหุ้นปิดที่ 0.71 บาท ในขณะวันที่ 31 มี.ค. 2564 ราคาหุ้นปิดที่ 1.58 บาท โดยราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 0.87 บาท หรือบวกไป 122.54% สำหรับราคาหุ้นปรับตัวขึ้นในช่วงดังกล่าวมีเพียงประเด็นบวกหลังบริษัทประกาศผลการดำเนินงานปี 2563 พลิกมีกำไร 84.30 ล้านบาท จากปีก่อนที่ขาดทุน 127.45 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักเกิดจากค่าใช้จ่ายรวมลดลง เนื่องจากต้นทุนขายสินค้าลดลง

บริษัท ซีมิโก้ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ ZMICO โดยเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2564 ราคาหุ้นปิดที่ 2.28 บาท ในขณะวันที่ 31 มี.ค. 2564 ราคาหุ้นปิดที่ 4.92 บาท โดยราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 2.64 บาท หรือบวกไป 115.79% สภาพการซื้อขายหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากวันก่อนหน้าในช่วงดังกล่าว ถือว่าบริษัทไม่มีพัฒนาการใด ๆ หรือสารสนเทศที่มีนัยสำคัญ

ช่วงดังกล่าวมีเพียงเรื่องเดียวที่ทำให้ ZMICO หอมหวน ซึ่งหนีไม่พ้นที่มีชื่อนายระเฑียร ศรีมงคล เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการและประธานกรรมการของบริษัท ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป ขณะเดียวกันนายระเฑียร ศรีมงคล และน.ส.กมลกานต์ ศรีมงคล ได้เข้ามาซื้อหุ้น ZMICO จากนายสุเทพ วงศ์วรเศรษฐ ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 ทั้งหมด 6.05% แบ่งเป็น นายระฑียร ถือ 1.51% และ น.ส.กมลกานต์ ถือ 4.535% ที่ราคาเฉลี่ย 1.60 บาทต่อหุ้น

บ่งบอกได้เพียงเรื่องเดียวว่าทำไมราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าทางชื่อคุณระเฑียรยังขายได้ และมีความมั่นใจฝีมือในการบริหาร ส่วนด้านการเปลี่ยนแปลงธุรกิจยังไม่มีแจงออกมา

บริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ CEN โดยเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2564 ราคาหุ้นปิดที่ 0.58 บาท ในขณะวันที่ 31 มี.ค. 2564 ราคาหุ้นปิดที่ 1.25 บาท โดยราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 0.67 บาท หรือบวกไป 115.52% ซึ่งเป็นการเข้าเก็งกำไรผลการดำเนินงานปี 2563 พลิกมีกำไร 5.84 ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุน 196.64 ล้านบาท ต่อมาหลังจากนั้นเข้ามาเก็งกำไรอีกรอบหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ ครั้งที่ 5 (CEN-W5) ที่เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้นโดยไม่คิดมูลค่า ในอัตราส่วน 2 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หน่วย ราคาใช้สิทธิเท่ากับ 2.14 บาทต่อหุ้น อายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ 5 ปี

พร้อมกับอนุมัติการเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) จำนวนไม่เกิน 223,542,578 หุ้น (หรือ 30% ของทุนชำระแล้วของบริษัท ณ ปัจจุบัน) โดยจะจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิม (RO) ทั้งจำนวน

บริษัทจะลดทุนจดทะเบียนของบริษัทจากจำนวน 968,684,506 บาท เป็น 745,141,929 บาท โดยยกเลิกหุ้นที่ยังไม่ได้จำหน่าย 223,542,577 หุ้น จากนั้นให้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 1,341,225,471 บาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 596,113,542 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท โดยจัดสรรจำนวนไม่เกิน 372,570,964 หุ้น รองรับการใช้สิทธิ CEN-W5 และจำนวนไม่เกิน 223,542,578 หุ้น รองรับการเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate)

โดยกำหนดวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 ในวันที่ 30 เม.ย. 2564 เวลา 14.00 น. และกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิในการเข้าร่วมประชุมประจำปี 2564 ในวันที่ 7 เม.ย. 2564 (Record Date) และกำหนดวันรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิ CEN-W5 ในวันที่ 12 พ.ค. 2564

ส่วนรายละเอียดราคาหุ้นตัวอื่นดูจาก ตารางประกอบ

ทั้งนี้ จากข้อมูลข้างต้นเป็นการคัดสรรหุ้นที่ราคาพุ่งแรงช่วงเดือนมีนาคม 2564 เท่านั้น เพื่อจะให้เห็นว่าหุ้นตัวไหนให้ผลตอบแทนมั่งคั่งช่วงดังกล่าว!!