7UP จุดเทียนเวียนวน.!

ช่วงปลายสัปดาห์ก่อนบังเอิญไปได้ยินเนื้อเพลง ที่มีเนื้อหา “จุดเทียนเวียนวน เรามาหลายคน วนเอ๋ยวนเวียน หมุนกลับสลับเปลี่ยน เรามาจุดเทียน เวียนเอ๋ยเวียนวน...”

สำนักข่าวรัชดา

ช่วงปลายสัปดาห์ก่อนบังเอิญไปได้ยินเนื้อเพลง ที่มีเนื้อหา “จุดเทียนเวียนวน เรามาหลายคน วนเอ๋ยวนเวียน หมุนกลับสลับเปลี่ยน เรามาจุดเทียน เวียนเอ๋ยเวียนวน…”

แล้วบังเอิ๊ญบังเอิญไปเปิดเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ เห็นการแจ้งข้อมูลการขายสองบริษัทลูกของบริษัท เซเว่น ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ 7UP แล้ว แหม๊…ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับเพลงนี้จริง ๆ…

เพราะดูไส้ในการขายสองบริษัทลูกครั้งนี้ ไม่ได้ขายให้กับใครที่ไหน แต่เป็นการขายให้คนกันเอง นั่นคือ “สุชาติ ตังละแม” เจ้าของเดิมนั่นเอง…

เรื่องนี้ต้องเท้าความไปเมื่อกลางปีที่แล้ว (29 พ.ค. 2563) 7UP แจ้งทำรายการเข้าซื้อหุ้น 80% ในบริษัท พี พี แอล พาวเวอร์ จำกัด (PPL) ดำเนินกิจการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพที่ จ.กระบี่ มูลค่า 13.2 ล้านบาท และซื้อหุ้น 80% ในบริษัท ไบโอเอ็นเนอร์ยี่ สตูล จำกัด (BES) ดำเนินกิจการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพที่ จ.สตูล มูลค่า 16.8 ล้านบาท ผ่านบริษัทลูก บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ ฟอร์โซไซตี้ จำกัด (EFS) จาก “สุชาติ” คิดเป็นมูลค่ารวม 30 ล้านบาท

ส่งผลให้ทั้งสองบริษัทกลายเป็นบริษัทลูกของ 7UP ไปโดยปริยาย…

มารอบนี้ 7UP ก็ขายบริษัท พี พี แอล พาวเวอร์ มูลค่า 12 ล้านบาท และขายบริษัท ไบโอเอ็นเนอร์ยี่ สตูล มูลค่า 20 ล้านบาท คืนให้กับ “สุชาติ” นั่นแหละ คิดเป็นมูลค่ารวม 32 ล้านบาท…

เรียกว่าเข้าลงทุนยังไม่ทันครบปีด้วยซ้ำ ก็ต้องขายทิ้งซะแล้ว..!!

ดีนะเนี่ยที่ไม่ขายขาดทุน…ยังมีกำไรส่วนต่างตั้ง 2 ล้านบาท..!?

ดู ๆ ก็ไม่ต่างจากการเวียนเทียนโรงไฟฟ้าเลยนะเนี่ย…

จะว่าไปแล้วการขายสองบริษัทลูกครั้งนี้ น่าจะเป็นไฟต์บังคับของ 7UP…เพราะเป็นที่รู้กันว่า 7UP ต้องการเงินเพื่อไปซื้อหุ้นบริษัท โกลด์ ชอร์ส จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำประปาส่งให้พื้นที่บางส่วนของ จ.ภูเก็ต และบางส่วนของ จ.พังงา เพิ่มอีก 40% ตามพันธสัญญาใจที่ให้ไว้กับบริษัท บางกอก เดค-คอน จำกัด (มหาชน) หรือ BKD มูลค่า 550 ล้านบาท

ซึ่งที่ผ่านมา 7UP ก็พยายามหาเงิน ไม่ว่าจะเป็นการขายหุ้น ขายโรงไฟฟ้า แต่ผู้ที่คาดว่าจะซื้อก็ออกมาปฏิเสธแบบไร้เยื่อใย…

ก็คงหนีไม่พ้นต้องขายสองบริษัทลูก เพื่อไปซื้อน้ำ (โกลด์ ชอร์ส)..!?

ดูผิวเผินเหมือน BKD แอบโล่งใจไปเปราะหนึ่ง…แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ซะทีเดียว

อย่าลืมว่า การขายสองบริษัทลูกครั้งนี้ 7UP ได้เงินสดเข้ามาแค่ 32 ล้านบาทเท่านั้น ในขณะที่ ณ สิ้นปี 2563 7UP มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินแค่ 116 ล้านบาท แต่มูลค่าหุ้นโกลด์ ชอร์ส ที่ตกลงไว้กับ BKD สูงถึง 550 ล้านบาท

เมื่อกดเครื่องคิดเลขดูแล้ว เท่ากับว่า 7UP ยังขาดเงินอีก 402 ล้านบาทน่ะสิ…

ก็น่าคิดว่า 7UP จะไปหาเงินส่วนที่เหลือมาจากไหน..?

ครั้นจะไปกู้แบงก์ก็น่าจะไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสม…เอ๊ะ..!! หรือต้องขายสินทรัพย์อื่นอีก…ว่าแต่จะขายอะไรล่ะเนี่ย…อันนี้น่าคิด

หรือสุดท้ายแล้ว 7UP จะถอดใจยกธงขาว…ถอยดีกว่า ไม่เอาดีกว่า…

ก็ไม่รู้สินะ…

…อิ อิ อิ…