“อนุทิน” เผยรัฐบาลเล็งมอบอำนาจ ผวจ. เคาะเคอร์ฟิว-วางกรอบคุมคลัสเตอร์สถานบันเทิงใน 1 เดือน

"อนุทิน" เผยรัฐบาลเล็งมอบอำนาจ ผวจ. เคาะเคอร์ฟิว-วางกรอบคุมคลัสเตอร์สถานบันเทิงใน 1 เดือน

นายอนุทิน ชาญวีระกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า รัฐบาลจะมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะประกาศใช้มาตรการเคอร์ฟิวหรือไม่ เหมือนกรณีเกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดที่ จ.สมุทรสาคร ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถตัดสินใจได้เอง ถือเป็นการกระจายอำนาจในการประเมินความจำเป็นในสถานการณ์แต่ละจังหวัด ซึ่งหากมีการประกาศเคอร์ฟิวจะให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนให้น้อยที่สุด

ส่วนมาตรการที่รัฐบาลจะนำมาใช้จะเป็นไปตามข้อเสนอของฝ่ายสาธารณสุข ได้แก่ งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร ไม่ให้มีการเลี้ยงสังสรรค์กันในครอบครัว และ ปิดผับบาร์ เป็นต้น โดยจะบังคับใช้ไปถึงสิ้นเดือน เม.ย เพื่อให้คนไปรวมตัวน้อยลงช่วยลดโอกาสในการแพร่ระบาดและการติดเชื้อ เนื่องจากคลัสเตอร์ที่แพร่ระบาดช่วงก่อนสงกรานต์มาจากผับและบาร์ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่ไปเที่ยวเป็นคนมีฐานะที่ต้องเดินทางไปหลายพื้นที่

ทั้งนี้ ได้วางกรอบการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จากคลัสเตอร์สถานบันเทิงให้คลี่คลายภายใน 1 เดือน สาเหตุที่กำหนดระยะเวลาไว้เช่นนี้ เพราะมีเกณฑ์ว่าหากผู้ติดเชื้อมาจากคลัสเตอร์สถานบันเทิง เมื่อได้สั่งปิดให้บริการ พร้อมไปกับใช้มาตรการที่เข้มข้น เท่ากับตัดวงจรแพร่เชื้อไป วงรอบของการระบาดน่าจะยุติลงในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน แต่หากระหว่างนั้นพบคลัสเตอร์ใหม่ การควบคุมโรคก็ต้องอาศัยระยะเวลานานขึ้น

ส่วนกรณีที่สำนักงานเลขาธิการรัฐสภา ประสานให้สมาชิกรัฐสภา อาทิ ส.ส.และ ส.ว.มารับบริการวัคซีนนั้น หากใครก็ตามที่เข้าข่ายตามเกณฑ์การรับวัคซีนระยะแรก เช่น ต้องพบปะผู้คนจำนวนมาก เดินทางบ่อย มีโรคประจำตัวตามเกณฑ์รับบริการก็ต้องให้ฉีดแน่นอน เพราะทุกคนเป็นประชาชนเหมือนกัน

ส่วนกรณีที่พรรคก้าวไกลจะมารับวัคซีน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ออกมาวิจารณ์เรื่องประสิทธิภาพของวัคซีนนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า นักการเมืองก็เป็นประชาชน ถ้ามีองค์ประกอบเป็นไปตามเกณฑ์การรับบริการก็ฉีดได้ พร้อมย้ำว่าวัคซีนที่ไทยนำเข้ามามีประสิทธิภาพ และความปลอดภัย ได้ผ่านการตรวจสอบมาอย่างดีแล้ว ขอให้ผู้รับบริการมั่นใจ ผู้ที่ได้รับวัคซีนจะไม่ป่วยหนักแล้วจะไม่เสียชีวิต”ถึงจะฉีดวัคซีนไปแล้ว แต่ก็ต้องตั้งการ์ดสูง สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง หมั่นล้างมือ ถ้าทำงานที่บ้านได้ อยากให้ดำเนินการเรื่องนี้ การทำงานที่บ้าน ไม่ทำให้ประสิทธิภาพของงานลดลงไปเลย เพราะก็เคยทำงานที่บ้านแล้ว ได้งานมากกว่าเดิมด้วย” นายอนุทินระบุ

สำหรับแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ขอให้ดูแลสุขภาพตัวเองอย่างเคร่งครัด เพราะถือเป็นบุคลากรที่สำคัญอย่างยิ่งต่อชาติบ้านเมือง เป็นด่านหน้าในการป้องกันโรคระบาดและปกป้องชีวิตคนไทย โดยกระทรวงสาธารณสุข วางเป้าว่าภายในสัปดาห์หน้าจะให้บริการฉีดวัคซีนกับบุคลากรทางการแพทย์ครบ 100% เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ทุกท่านในการปฏิบัติหน้าที่

ส่วนเรื่องความพร้อมหลังมีข่าวเตียงพยาบาลไม่เพียงพอนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ได้มีการสำรองเตียงเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน และมั่นใจว่าเตียงมีพอต่อความต้องการอย่างแน่นอน วันนี้ได้ขยายการให้บริการของโรงพยาบาลสนาม และกำลังเร่งเปิด Hospitel เพิ่มเติม ในส่วนของยา อุปกรณ์ป้องกัน บุคลากร ได้วางแผนไว้แล้ว แต่พร้อมปรับเปลี่ยนทุกสถานการณ์ เช่นเดียวกับการรักษาที่ให้เป็นหน้าที่ของทีมแพทย์ ส่วนฝ่ายผู้บริหาร ยืนยันว่าให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องข้อมูลข่าวสารภาครัฐจะเปิดเผยทุกความเป็นจริง ไม่มีการปิดกั้นข้อมูล สำหรับฝ่ายการเมืองที่มีข้อเสนอแนะหรือมีข้อสงสัย หากเป็นไปด้วยเจตนาดีต่อชาติ ต่อบ้านเมือง ต่อประชาชนก็พร้อมตอบทุกคำถาม

นายอนุทิน ยังกล่าวถึงกรณีที่โลกโซเชียลมีการเผยแพร่ภาพเล่นไพ่ของผู้ป่วยโควิด-19 ที่อยู่ภายในโรงพยาบาลสนามว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ แต่ผู้ป่วยที่อยู่ในโรงพยาบาลสนามไม่มีโอกาสแพร่เชื้อหรือรับเชื้อได้มากขึ้น เพราะอยู่ในโรงพยาบาลสนามอยู่แล้ว ความปลอดภัยในโรงพยาบาลสนาม จะไม่มีผลกระทบต่อประชาชนภายนอก แต่หากเป็นการเล่นพนัน เมื่อออกจากโรงพยาบาลก็ต้องไปเข้าคุก ซึ่งเรื่องนี้ผู้ที่รับผิดชอบโรงพยาบาลสนามก็ต้องไปดูแลอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าผู้ป่วยอาจจะมีความเครียด เพราะไม่สะดวกสบาย ดังนั้นเรื่องใดที่ผ่อนคลายความเครียดได้ ไม่ใช่เป็นการพนัน และไม่เป็นการรบกวนคนภายนอก หรือไม่ใช่เป็นการแพร่กระจายเชื้อก็สามารถทำได้

“ไม่ใช่เล่นพนันป๊อกเด้ง คงไม่ได้ แต่ถ้าเล่นคลายเครียดดีดนิ้วกัน ก็โอเค” นายอนุทิน กล่าว