สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 16 เม.ย. 2564

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 16 เม.ย. 2564

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกทำนิวไฮเมื่อวันศุกร์ (16 เม.ย.) ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดทำนิวไฮด้วยเช่นกัน เนื่องจากนักลงทุนขานรับข้อมูลเศรษฐกิจและผลประกอบการธนาคารที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,200.67 จุด เพิ่มขึ้น 164.68 จุด หรือ +0.48%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,185.47 จุด เพิ่มขึ้น 15.05 จุด หรือ +0.36% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,052.34 จุด เพิ่มขึ้น 13.58 จุด หรือ +0.10%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกทำนิวไฮเมื่อวันศุกร์ (16 เม.ย.) และปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกันแล้ว เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังสหรัฐและจีนเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดตลาดที่ระดับ 442.49 จุด เพิ่มขึ้น 3.94 จุด หรือ +0.90%

ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 6,287.07 จุด เพิ่มขึ้น 52.93 จุด หรือ +0.85%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 15,459.75 จุด เพิ่มขึ้น 204.42 จุด หรือ +1.34% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,019.53 จุด เพิ่มขึ้น 36.03 จุด หรือ +0.52%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (16 เม.ย.) และปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน โดยได้แรงหนุนจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ลดลงในอังกฤษซึ่งเพิ่มความหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวแข็งแกร่งขึ้น

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,019.53 จุด เพิ่มขึ้น 36.03 จุด หรือ +0.52%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงเมื่อวันศุกร์ (16 เม.ย.) โดยถูกกดดันจากการเปิดเผยข้อมูลที่บ่งชี้ว่าจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐเพิ่มขึ้นในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ ตลาดยังถูกถ่วงลงจากความวิตกเกี่ยวกับแนวโน้มอุปสงค์น้ำมันที่ลดลงซึ่งเป็นผลกระทบจากการที่โรคโควิด-19 แพร่ระบาดรอบใหม่

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 33 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 63.13 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่พุ่งขึ้น 6.4% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 17 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 66.77 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่พุ่งขึ้น 6.1% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (16 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ลดลงในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ การที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง และราคาบิตคอยน์ปรับตัวลงนั้น ได้ช่วยหนุนแรงซื้อสัญญาทองคำด้วย

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 13.4 ดอลลาร์ หรือ 0.76% ปิดที่ 1,780.2 ดอลลาร์/ออนซ์ และปรับตัวขึ้นราว 2% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 14.1 เซนต์ หรือ 0.54% ปิดที่ 26.105 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 8.5 ดอลลาร์ หรือ 0.71% ปิดที่ 1,208.7 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 35.3 ดอลลาร์ หรือ 1.3% ปิดที่ 2,774.7 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่วันศุกร์นี้ (16 เม.ย.) หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวลง ซึ่งลดความน่าดึงดูดใจของดอลลาร์ และได้บดบังปัจจัยบวกจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.06% สู่ระดับ 91.5590 เมื่อวันศุกร์

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 108.79 เยน จากระดับ 108.65 เยน, อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9198 ฟรังก์ จากระดับ 0.9217 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดาที่ระดับ 1.2501 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2536 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.1978 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1975 ดอลลาร์ และเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3833 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3791 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.7732 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7754 ดอลลาร์สหรัฐ