ผู้นำอาเซียน นัดถกประเด็นวิกฤตเมียนมา 24 เม.ย.นี้ นายกฯ ส่ง “ดอน” เป็นตัวแทนร่วมหารือ

ผู้นำอาเซียน นัดถกประเด็นวิกฤตเมียนมา 24 เม.ย.นี้ นายกฯ ส่ง “ดอน” เป็นตัวแทนร่วมหารือ

สำนักเลขาธิการอาเซียนประกาศในวันนี้ (20 เม.ย.64) ว่า จะมีการจัดประชุมสุดยอดผู้นำสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียในวันเสาร์ที่ 24 เม.ย.นี้ เพื่อให้ผู้นำอาเซียนได้พบปะและพูดคุยกันถึงประเด็นรัฐประหารในเมียนมา ซึ่งขณะนี้สำนักเลขาธิการยังไม่ได้ระบุว่ามีประเทศใดจะเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้บ้าง อย่างไรก็ดี กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า นายพลมิน อ่อง หล่าย หัวหน้าคณะรัฐประหารและผู้บัญชาการกองทัพเมียนมาจะเข้าร่วมการประชุมด้วย ทั้งนี้กลุ่มอาเซียนมีสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศ ได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม

สำหรับการประชุมเฉพาะกิจของประเทศสมาชิกอาเซียนในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้นำประเทศต่างๆ ได้หารือกันเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา ที่ยังคงมีการรวมตัวประท้วงต่อต้านรัฐประหารอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการที่กองทัพเมียนมาใช้ความรุนแรงในการปราบปรามผู้ประท้วง

โดยประเทศสมาชิกอาเซียนต่างคาดหวังว่าจะสามารถหาทางออกโดยสันติให้กับวิกฤตการณ์ในเมียนมาได้โดยเร็ว ท่ามกลางเสียงประณามกองทัพเมียนมาที่สังหารประชาชนจำนวนหลายร้อยรายหลังออกมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและขอให้ปล่อยตัวนางออง ซาน ซูจี ผู้นำรัฐบาลพลเรือนเมียนมาที่ถูกยึดอำนาจ

ด้านสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (AAPP) ซึ่งเป็นองค์กรเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนในไทยและเมียนมาเปิดเผยว่า กองกำลังรักษาความมั่นคงของเมียนมาได้สังหารประชาชนไปแล้ว 738 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 19 เม.ย.) นับตั้งแต่เกิดเหตุรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา

ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ 24 เม.ย.นี้ว่า ไม่ได้เดินทางไปเข้าร่วมประชุมด้วยตัวเอง แต่มอบหมายให้นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมประชุม ซึ่งหลายประเทศได้ส่งรมว.ต่างประเทศเข้าร่วมเช่นกัน

ส่วนสถานการณ์ในเมียนมาเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อน จึงไม่ขอแสดงความคิดเห็น แต่ยืนยันว่ารัฐบาลได้ดำเนินการในหลายช่องทางเพื่อหวังว่าสถานการณ์จะสงบโดยเร็วที่สุดในฐานะประเทศอาเซียนด้วยกัน