ICHI วิ่งฉิว 3% ลุ้นโชว์กำไรไตรมาส 1 โตแตะ 123 ลบ. โบรกฯชูเป้า 15 บ.

ICHI วิ่งฉิว 3% ลุ้นโชว์กำไรไตรมาส 1 โตแตะ 123 ลบ. โบรกฯชูเป้า 15 บ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI ณ เวลา 10.02 น. อยู่ที่ระดับ 14.70 บาท บวก 0.40 บาท หรือ 2.80% สูงสุดที่ระดับ 14.80 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 14.60 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 172.38 ล้านบาท

ด้านบล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ คาดกำไรไตรมาส 1/64 ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน เริ่มเข้าสู่ช่วง High season คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/64 อยู่ที่ 123 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 46.4% จากไตรมาสก่อน, ลดลง 22.6% จากปีก่อน) สาเหตุที่คาดกำไรฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน เพราะเริ่มเข้าสู่ช่วง High Season ในไตรมาส 2 ทำให้ไตรมาส 1 ต้องใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น เพื่อเตรียมสินค้าวางขายในช่วงหน้าร้อน กอปรกับมีสินค้าใหม่คือ เครื่องดื่มชาเขียวพริกเกลือ 2 รสชาติ (สับปะรด, มะขาม) เริ่มขาย 25 มี.ค.

โดยคาดรายได้รวมไตรมาส 1/64 เพิ่มขึ้น 10.4% จากไตรมาสก่อน, เพิ่มขึ้น 4.9% จากปีก่อน และคาดอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวมาอยู่ที่ 19.6% จาก 17.9% ในไตรมาส 4/63 ส่วนค่าใช้จ่ายน่าจะขยับขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน  เพิ่มขึ้น 25.7% จากปีก่อน ภายหลังมีการทำการตลาดสินค้าใหม่มากขึ้น และฐานปีก่อนถือว่าต่ำมาก เพราะมีการตัดงบค่าใช้จ่ายลงอย่างหนักในช่วง COVID-19 ระบาดรอบแรก

ส่วนสาเหตุที่คาดกำไรจะลดลงจากปีก่อน เพราะ BOI หมดอายุตั้งแต่ไตรมาส 2/63 ทำให้ในไตรมาสนี้มีค่าใช้จ่ายทางภาษี เทียบกับไตรมาส 1/63 ที่มีรายการเครดิตภาษี 7 ล้านบาท

ทั้งนี้ ถัดจากเครื่องดื่มชาเขียวพริกเกลือ บริษัทจะวางขายสินค้าใหม่อีก 2 รายการได้แก่ เครื่องดื่มชาเขียวกลิ่นเทอร์ปีน 2 รสชาติ (คาโมมายล์, เลมอน) และน้ำด่าง 8.5 ผสมใบแปะก๊วย โดยจะวางขายพร้อมกันในวันที่ 22 เม.ย.นี้ ซึ่งจะทำให้บริษัทถือเป็นผู้ออกเครื่องดื่มกลิ่นเทอร์ปีนแบรนด์แรกของตลาด โดยในช่วงแรกจะวางขายเฉพาะ 7-11 (Exclusive product) ราว 4 เดือน และหลังจากนั้นจะกระจายไปยังช่องทางอื่นๆ

ด้านผู้บริหารตั้งเป้ารายได้สินค้านี้ราว 35-50 ล้านบาท/เดือน หรือราว 315-450 ล้านบาทในปีนี้ และคาดจะมีอัตรากำไรสูงใกล้เคียงชาเขียวพรีเมี่ยม Shizuoka

นอกจากนี้ ยังมีแผนสำหรับเฟส 2 จะออกเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของ CBD เมื่อกฎหมายอนุญาตให้ใช้ CBD ในอาหารและเครื่องดื่มได้ แต่ไม่คิดว่าจะทันภายในปีนี้ อาจได้เห็น ในช่วงครึ่งแรกของปี 65

อย่างไรก็ตาม หากกำไรไตรมาส 1/64 เป็นไปตามคาด จะคิดเป็น 17% ของประมาณการทั้งปี แนวโน้มกำไรจะเติบโตมากขึ้นทั้งจากไตรมาสก่อน และปีก่อนช่วงไตรมาส 2/64-3/64 เพราะเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ โดยเฉพาะไตรมาส 2/64 ที่เป็นช่วงหน้าร้อน แม้จะเผชิญกับการระบาดของ COVID-19 รอบสาม แต่คาดหวังเครื่องดื่มกลุ่ม Vitamin Water (น้ำด่าง และน้ำ Vitamin C) จะเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น

รวมถึงกระแสของเครื่องดื่มกลิ่นเทอร์ปีนตัวแรกของตลาด น่าจะสร้างความคึกคักให้กับตลาดได้มากขึ้น กอปรกับจะเริ่มมีการผลิตสินค้า OEM ให้กับลูกค้า 2 ราย ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 ไว้ที่ 743 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 44.1% จากปีก่อน) และคงราคาเป้าหมายที่ 15 บาท

คำค้น