
โบรกแนะสอย 10 หุ้นเด่น รับอานิสงส์ “คนละครึ่งพลัส” ดันกำลังซื้อฟื้น
โบรกมองบวก “คนละครึ่งพลัส” หนุนกำลังซื้อฟื้น ชู 10 หุ้นเด่น CPAXT-BJC-OSP-CBG-SAPPE-ICHI-SNNP-NEO-BEM-BTS รับอานิสงส์เต็ม คาดยอดขาย-ผู้ใช้บริการพุ่งในช่วงครึ่งปีหลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมบัญชีกลางและสำนักงบประมาณเร่งพิจารณาจัดหาแหล่งเงิน เพื่อรองรับโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” โดยแหล่งเงินหลักจะมาจากการออกพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 2569
ทั้งนี้ จะต้องรอให้ครบกำหนดวันสุดท้ายของการทำสัญญาผูกพันงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐในวันที่ 30 เมษายน 2569 ก่อน จึงจะสามารถประเมินวงเงินงบประมาณที่เหลือจากส่วนที่ไม่สามารถผูกพันได้ และนำมาจัดสรรใช้ในโครงการดังกล่าว เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน
สำหรับกรอบการดำเนินโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” เบื้องต้น คาดว่าจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 และเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 โดยกำหนดวงเงินสนับสนุนคนละ 4,000 บาท แบ่งจ่ายเฉลี่ยเดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 4 เดือน
อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ได้รับสิทธิยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ขึ้นอยู่กับวงเงินงบประมาณที่สามารถจัดหาได้ในขั้นตอนต่อไป
สอดคล้องกับทางฝ่ายวิจัย บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ภายใต้ “ไทยช่วยไทยพลัส ดังนี้
1) รัฐช่วยมากขึ้นเป็น 60:40 จากเดิม 50:50
2) วงเงินที่ 1,000 บาท/เดือน (รวม 4 เดือน ที่ 4,000 บาท) เทียบของเดิมที่ 2,000-2,400 บาท
3) ช่องทางการใช้งาน: ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
เริ่มเปิดลงทะเบียนภายใน พ.ค. 2026 และเริ่มใช้จ่ายภายใน มิ.ย. 2026
ผู้มีสิทธิ์ได้รับ ได้แก่
1) กลุ่มเปราะบาง รัฐบาลช่วยเหลือทงั้ หมด ไม่ต้องนา เงินมาสมทบ
2) กลุ่มประชาชนทั่วไป: สมทบเงิน 60:40
มีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นต่อมาตรการ “คนละครึ่งพลัส” โดยไทม์ไลน์มีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้
หุ้นได้รับประโยชน์ ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT โดยแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 19.00 บาท, บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC โดยแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 17.00 บาท ได้รับประโยชน์มากสุด เนื่องจากร้าน Traditional Trade ซึ่งเป็นจุดหมายหลักในการใช้คนละครึ่งพลัส ซื้อสินค้าจากที่นี่
กลุ่ม food & beverage ได้รับประโยชน์จากการบริโภคในประเทศที่เพิ่มขึ้น
บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 40.00 บาท สัดส่วนรายได้ domestic branded own 37% ของรายได้รวม
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 20.00 บาท สัดส่วนรายได้ domestic beverage 57% ของรายได้รวม
บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 32.00 บาท สัดส่วนรายได้ domestic ที่ 31% ของรายได้รวม
บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI สัดส่วนรายได้ domestic 90% ของรายได้รวม
บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP โดยแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 8.20 บาท สัดส่วนรายได้ domestic 81% ของรายได้รวม โดยเป็น MT 68% และ TT 32%
กลุ่มสินค้าอุปโภค
บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO โดยแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 18.00 บาท สัดส่วนรายได้ domestic 92% ของรายได้รวม
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 20.00 บาท สัดส่วนรายได้ domestic ประมาณ 11% ของรายได้รวม
กลุ่ม Ground Transport บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 9.00 บาท), บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 3.00 บาท ได้อานิสงส์จากโอกาส ridership ปรับตัวสูงขึ้น

