คัด 3 หุ้นท่องเที่ยวน่าช้อน หลังราคาร่วงเกินเหตุ-โบรกฯ มองโอกาสฟื้นสูง!

นักวิเคราะห์คัด 3 หุ้นเด่นกลุ่มท่องเที่ยวน่าช้อนซื้อ มองโอกาสฟื้นตัวสูง หลังราคาร่วงเกินเหตุรับผลกระทบโดยตรงจากการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจและรวบรวมบทวิเคราะห์ที่วิเคราะห์แนวโน้มของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มท่องเที่ยว ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ ซึ่งจะกระทบต่อผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2564

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์มองว่า การปรับตัวลดลงของราคาหุ้นเป็นโอกาสที่ดีในการสะสม โดยเฉพาะบจ.ที่ราคาต่ำกว่าพื้นฐาน และยังมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวสูงภายหลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อลดลง และการกระจายวัคซีนได้อย่างทั่วถึง

โดย บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุในบทวิเคราะห์ ว่าการอ่อนตัวของราคาหุ้นเป็นจังหวะสะสม โดยมองน้ำหนักลงทุน Overweight ทั้งนี้จากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดใหม่รายวันของไทยเพิ่มขึ้นสู่ระดับ Record High ส่งผลให้รัฐบาลออกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิดเข้มงวดขึ้นใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า โดยไม่มีเคอร์ฟิวและไม่ล็อกดาวน์ประเทศ

ทั้งนี้มาตรการ ประกอบด้วย งดการเรียนการสอนในโรงเรียน สถาบันการศึกษา, ปิดสถานบริการ คลับ บาร์ คาราโอเกะ อาบอบนวด อย่างน้อย 14 วัน, สำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง 18 จังหวัด) ให้ขายอาหารและเครื่องดื่มในร้านไม่เกิน 3 ทุ่ม, ถ้าซื้อกลับบ้านได้ถึง 5 ทุ่ม, งดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน, ห้างสรรพสินค้าเปิดได้ถึง 3 ทุ่ม จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ งดจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย, ร้านเกม สวนสนุก, ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ต (ที่เคยเปิด 24 ชม.) ให้เปิดตี 4 ถึงไม่เกิน 5 ทุ่ม ส่วนพื้นที่ควบคุม (สีส้ม 59 จังหวัด) ให้ขายอาหารและเครื่องดื่มในร้าน & ซื้อกลับบ้านได้ถึง 5 ทุ่ม แต่ห้ามดื่มแอลกอฮอล์, ขอให้เลื่อน/งดกิจกรรมสังสรรค์ งานเลี้ยง/งานรื่นเริงในช่วงเวลานี้ และให้ WFH เต็มรูปแบบ ซึ่งมาตรการมีผลตั้งแต่ 18 เม.ย.64 เป็นต้นไป โดยให้ใช้มาตรการดังกล่าวนี้ไป 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นค่อยพิจารณาปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ และในระหว่าง 2 สัปดาห์ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถปรับมาตรการได้ตามความเหมาะสม

โดยมองประเด็นดังกล่าวเป็นลบต่อกลุ่มท่องเที่ยวในระยะสั้น ราคาหุ้นที่ทาง DBS ทำการวิเคราะห์ (AOT, ERW, CENTEL, MINT, SPA) มีโอกาสอ่อนตัวลงในระยะสั้น อย่างไรก็ตามอาจไม่ได้ลดลงไปต่ำเหมือนกับช่วงที่ระบาดระลอกแรกในเดือนมี.ค.63 และระลอกที่สองช่วงเดือนธ.ค.63 เพราะในขณะนี้ไทยได้รับวัคซีนโควิด-19 และการใช้วัคซีนทยอยกระจายตัวมากขึ้น ขณะเดียวกันไม่ได้ใช้มาตรการเคอร์ฟิวและล็อกดาวน์เต็มรูปแบบ ทำให้ธุรกิจยังดำเนินการต่อไปได้แม้ว่าจะไม่เต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม

ทั้งนี้ มองว่าการอ่อนตัวเป็นจังหวะซื้อสะสมเพื่อลงทุนระยะกลาง-ยาว และยังคงให้น้ำหนักลงทุน Overweight กลุ่มท่องเที่ยว ทั้งนี้คาดว่ากลุ่มท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้ดีขึ้นในปี 65 หลังจากการใช้วัคซีนครอบคลุมประชากรไทยและทั่วโลกมากขึ้น ทำให้สามารถเดินทางระหว่างประเทศได้บ้าง

สำหรับหุ้นที่แนะนำซื้อในกลุ่มท่องเที่ยวประกอบด้วย MINT (ราคาพื้นฐาน 36 บาท, ERW (ราคาพื้นฐาน – Under review), SPA (ราคาพื้นฐาน 10 บาท) ส่วน AOT อยู่ระหว่าง Review ทั้งคำแนะนำและราคาพื้นฐาน

 

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน