ดับเบิลท็อป..เพื่อตั้งลำ

* แรงซื้อ แรงขาย ที่มีการปะทะกันตลอดทั้งวันทำให้ “โมนิก้า” รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เพราะมันคือรูปแบบของการเตรียมพร้อมสำหรับการเดินหน้าอย่างมั่นคง และถ้าอิงตามแพตเทิร์นเดิมที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้จะเห็นว่า ดัชนีจำเป็นต้องทำดับเบิลท็อปที่บริเวณ 1,600 จุด เพื่อพิสูจน์แรงขายตรงบริเวณดังกล่าวมีเยอะขนาดไหน? และจะนำไปสู่การแกว่งตัวออกด้านข้างเพื่อตั้งลำกระชากขึ้นใหม่อีกครั้งนะคะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

* แรงซื้อ แรงขาย ที่มีการปะทะกันตลอดทั้งวันทำให้ “โมนิก้า” รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เพราะมันคือรูปแบบของการเตรียมพร้อมสำหรับการเดินหน้าอย่างมั่นคง และถ้าอิงตามแพตเทิร์นเดิมที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้จะเห็นว่า ดัชนีจำเป็นต้องทำดับเบิลท็อปที่บริเวณ 1,600 จุด เพื่อพิสูจน์แรงขายตรงบริเวณดังกล่าวมีเยอะขนาดไหน? และจะนำไปสู่การแกว่งตัวออกด้านข้างเพื่อตั้งลำกระชากขึ้นใหม่อีกครั้งนะคะ

* เหล่านี้เป็นภาพเหตุการณ์ที่ต้องประเมินควบคู่กับงบไตรมาส 1 เพื่อใช้ยืนยันความเป็นไปได้ที่ดัชนีจะขยับตัวตามที่คาดการณ์ “โมนิก้า” ถึงพยายามร้อยเรียงเรื่องราวเด่น ๆ ที่กำลังเป็น “ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์” ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่มีผลกับการทะยานขึ้นในช่วงไตรมาส 2 เดี๊ยนถึงพยายามให้แฟนคลับดูไปทีละช็อต เพื่อช่วงชิงจังหวะของการเล่นรอบไงล่ะคะ

* ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” มองการยืนปิดของดัชนีที่ระดับ 1,580.01 จุด ลบไป 0.03 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.05 หมื่นล้านบาท ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวแต่อย่างใด แถมเมื่อเหลือบดูปัจจัยรอบด้านก็ไม่เอื้ออำนวย เดี๊ยนถึงเห็นด้วยกับการอ่อนตัวของดัชนี เพราะการฝืนกระแสไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดเลย และยังทำให้อุณหภูมิของการลงทุนร้อนขึ้นจนนำไปสู่อาการโอเวอร์ฮีทโดยไม่มีความจำเป็นเลยพับผ่าสิ!

* เหมือนกับประเด็นของการฉีดวัคซีนที่รัฐบาลมัวแต่ เอ้อระเหย..ลอยชาย เพียงเพราะอยากจะแสดงบทฮีโร่มัยซินแบบไม่ดูกาลเทศะ มันเหมือนเชื้อร้ายที่กัดกร่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศลงทุกวัน และผลกรรมทั้งหมดจะตกไปสู่กลุ่มคนที่มีสายป่านสั้น “โมนิก้า” ถึงย้ำหัวหมุดเรื่องกระจายวัคซีนให้ได้เร็วสุด เพื่อทำให้ระบบเศรษฐกิจมีความคล่องตัวขึ้นกว่าเดิมนะพ่อเจ้าประคุณรุนช่อง!

* ในเมื่อเชื่อกันว่า เศรษฐกิจน่าจะผงกหัว (จะช้า หรือจะเร็วเท่านั้น) หุ้นกลุ่มเงินทุนจึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจขึ้นมาทันที และเที่ยวนี้ก็เป็นคิวของ AEONTS ที่เริ่มมีแรงซื้อเข้ามาให้เห็นเป็นระยะ จนหุ้นขึ้นมาทดสอบแนวต้าน 241 บาทเป็นครั้งที่ 2 แต่สุดท้ายยืนระยะไม่ไหว เลยถอยร่นลงมาปิดเสมอตัวที่ระดับ 230 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 947 ล้านบาท น่าสนใจไหมคะ

* ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” หันมามองหุ้น NER เพื่อชี้ให้เห็นการขึ้นมาทดสอบยอดเดิมบริเวณ 5.85 บาท เป็นครั้งที่ 2  แต่สุดท้ายย่อตัวลงมาปิดที่ 5.70 บาท บวกไป 0.15 บาท หรือขึ้นไป 2.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.30 พันล้านบาท น่าจะเป็นจังหวะของการตามไปดูสำหรับคนกล้า แถมมองในมุมราคาเป้าหมายอยู่แถว ๆ 7 บาท ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล ถ้าจะใส่กันแบบยาว ๆ นะจ๊ะ

* เช่นเดียวกับในรายของ RBF มีสตอรี่ใหม่ ๆ ให้ติดตามตลอดเวลา “โมนิก้า” ถึงมั่นใจเหลือเกินว่า การลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการกินเข้าวินแน่นอน แถมหุ้นตัวนี้เกี่ยวข้องกับอาหารและเครื่องดื่มหลายประเภท เดี๊ยนถึงมองราคาปิดที่ 19.50 บาท บวกไป 0.60 บาท หรือขึ้นไป 3.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 285 ล้านบาท ยังเป็นช็อตที่เล่นกันได้อีกนาน เฮีย.ป คอนเฟิร์มนะจะบอกให้

* ในเมื่อเม้าท์ถึงหุ้นที่มีกระแสดีคอยซัพพอร์ตขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” คงหันไปมองหุ้นกลุ่มเหล็กที่พาเหรดกันยกขบวนขึ้นเป็นแผงสักหน่อย และเที่ยวนี้คงมองไปที่ TSTH มากกว่าหุ้นตัวอื่น ๆ เพราะในมุมของผลงานที่ทำได้ก็ดีขึ้นต่อเนื่อง ผสานกับการขึ้นมายืนปิดที่ 1.35 บาท บวกไป 0.22 บาท หรือขึ้นไป 19.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 493 ล้านบาท เทียบกับการเทรดบน PE 20 เท่า มันคือตัวเลขที่น่าสนใจจริง ๆ เจ้าค่ะ

* ส่วนรายที่แรงชัด จัดเต็มอย่าง PIMO กลายเป็นหุ้นเก็งกำไรที่แม่น้ำทุกสายมารวมกัน หุ้นถึงขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 4.78 บาท บวกไป 0.78 บาท หรือขึ้นไป 19.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 698 ล้านบาทแบบชิล ๆ พร้อมกับทำราคาสูงสุดในรอบ 2 ปี 3 เดือน มันเป็นช็อตที่ต้องเริ่มคิดแล้วว่า เกมนี้จะยาวนานอีกแค่ไหน? หลังหุ้นขึ้นมาเทรดบน PE 37 เท่า ซึ่งใกล้จะโดนจับติดแคชฯ แล้วนะตัวเอง