FVC พุ่ง 11% นิวไฮรอบ 2 ปี 5 เดือน ลั่นปีนี้พลิกกำไร ปักธงรายได้แตะ 800 ล้าน

FVC พุ่ง 11% นิวไฮรอบ 2 ปี 5 เดือน ลั่นปีนี้พลิกกำไร ปักธงรายได้แตะ 800 ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FVC ณ เวลา 11.23 น. อยู่ที่ระดับ 0.90 บาท บวก 0.09 บาท หรือ 11.11% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 50.55 ล้านบาท ราคาหุ้นนิวไฮในรอบ 2 ปี 5 เดือน โดยเทียบตั้งแต่หุ้นยืนที่ระดับ 0.90 บาท เมื่อวันที่ 19.พ.ย.61

โดยก่อนหน้านายวิจิตร เตชะเกษม ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ FVC เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2564 จะพลิกมีกำไรสุทธิอย่างน้อย 20 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิ 92.94 ล้านบาท จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น และการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี ขณะเดียวกันบริษัทได้วางเป้าหมายรายได้รวมในปี 2564 ไว้ที่ 800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 561.43 ล้านบาท หลังความต้องการใน 3 กลุ่มธุรกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง

โดยสัดส่วนรายได้ในปี 2564 จะมาจาก 3 ส่วน ประกอบด้วย 1.Industrial & OEM (กลุ่มธุรกิจ B1) จะมีรายได้ประมาณ 150-170 ล้านบาท,2.Commercial & Residential (กลุ่มธุรกิจ B2) จะมีรายได้ประมาณ 270-300 ล้านบาท และ 3.Medical Service (กลุ่มธุรกิจ B3) จะมีรายได้ประมาณ 200-300 ล้านบาท

สำหรับแผนธุรกิจในช่วง 3 ปีจากนี้ (ปี 2564-2566) แบ่งเป็น กลุ่ม B1 เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบบำบัดน้ำ (Water Treatment System) ในอุตสาหกรรม บริษัทวางเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 150-200 ล้านบาท ในปี 2566 โดยสัดส่วนยอดขายจะมาจากการซื้อมาขายไปประมาณ 80% และจะมาจากการรับจ้างผลิต (OEM) ประมาณ 20% ขณะเดียวกันจะสร้างคลังสินค้าอัจฉริยะ ด้วยการนำระบบของ SAP มาใช้ เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไร

ส่วนกลุ่ม B2 เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบบำบัดน้ำ (Water Treatment System) ที่ใช้ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ บริษัทวางเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 500 ล้านบาท ในปี 2566 จากการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มดังกล่าว ด้วยการใช้ Digital Platform ซึ่งจะสามารถดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการกับ FVC มากขึ้น ขณะเดียวกันจะสร้างคลังสินค้าอัจฉริยะ ด้วยการนำระบบของ SAP มาใช้ เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไร

ขณะที่กลุ่ม B3 เป็นธุรกิจบริการทางการแพทย์ที่ให้ความสำคัญต่อสุขอนามัยเป็นพิเศษ (Hygienic) ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจบริการทางการแพทย์ด้านศูนย์ไตเทียม โดยบริษัทได้วางเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 500 ล้านบาท ในปี 2566 ซึ่งจะเพิ่มอุปกรณ์และเครื่องมือ เป็น 200 ชุดภายในปลายปี 2564

นายวิจิตร กล่าวอีกว่า กลุ่ม B3 ดำเนินงานภายใต้ KT MEDICAL SERVICE COMPANY LIMITED (KTMS) และ MEDICAL VISION COMPANY LIMITED ซึ่งบริษัทวางเป้าหมายจะนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในปี 2565 ซึ่งในปี 2563 ธุรกิจในกลุ่ม B3 ได้สร้างยอดขายเพิ่มเป็นสัดส่วน 34% ของรายได้รวม จากปี 2562 ที่มีสัดส่วนรายได้ 22%

นอกจากนี้ ปัจจุบันบริษัทได้ปิดการให้บริการชั่วคราวในกลุ่ม Medical Beauty Treatment Service (กลุ่มธุรกิจ B4) ธุรกิจคลินิกเวชกรรมเพื่อสุขภาพและความงาม ภายใต้แบรนด์ “วุฒิศักดิ์ คลินิก” เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ปัจจุบันยังคงติดตามสถานการณ์ เพื่อประเมินและวางแผนในอนาคต

คำค้น