LEO บวกเฉียด 4% โบรกฯอัพเป้ากำไรปีนี้โต 75% รับยอดขนส่งพุ่ง!

ราคาหุ้น LEO บวกเฉียด 4% "ฟินันเซียฯ" อัพเป้ากำไรปีนี้โต 75% รับยอดขนส่งพุ่ง ตามค่าระวางเรือ!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEO วันที่ 29 เม.ย.2564 ล่าสุด ณ เวลา 10.58 น. อยู่ที่ระดับ 7.30 บาท ปรับตัวขึ้น 0.25 บาท หรือ 3.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 79.69 ล้านบาท

โดย บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ (29 เม.ย.2564) คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/2564 LEO อยู่ที่ 25 ล้านบาท (+66.7% จากไตรมาสก่อน, +177.8% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน) ถือเป็นจุดสูงสุดใหม่ มาจากปริมาณการขนส่งที่ยังเติบโตสูงราว 20%-30% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อนใน ขณะที่ยังมีปัญหา Supply เรือตู้คอนเทนเนอร์ไม่เพียงพอต่อ Demand ทำให้ดัชนีค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งอ้างอิงจากดัชนีค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์เซี่ยงไฮ้ SCFI เฉลี่ยไตรมาส 1/64 เท่ากับ 2,780 จุด (+41% จากไตรมาสก่อน, +198% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน) ปรับขึ้นเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน จึงคาดรายได้จะยังโตดีต่อเนื่อง แต่ด้วยลักษณะของธุรกิจที่เป็นตัวกลางระหว่างลูกค้ากับสายเดินเรือหรือสายการบิน ทำให้ค่าระวางถือเป็นต้นทุนหลักของบริษัท

ดังนั้นการรักษาความสามารถทำกำไรจึงเป็นกลยุทธ์สาคัญ นอกจากการเติบโตตามปริมาณขนส่งที่สูงขึ้น สำหรับไตรมาสนี้แม้บริษัทจะไม่สามารถผลักต้นทุนค่าระวางที่สูงขึ้นให้กับลูกค้าได้ทั้งหมด ส่วนหนึ่งเพราะต้องช่วยบรรเทาผลกระทบให้กับลูกค้าแล้ว ยังมีเรื่องของการแข่งขัน เพื่อให้ได้มาซึ่งปริมาณการขนส่งที่สูงขึ้น จึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะแผ่วลงมาอยู่ที่ 25.7% จาก 26.1% ในไตรมาส 4/63 และ 30.8% ในไตรมาส 1/63

สำหรับแนวโน้มกำไรยังดูสดใสต่อเนื่องใน ไตรมาส 2/2564 จากปริมาณการขนส่งที่ยังสดใส และดัชนีค่าระวางยังปรับขึ้นต่อล่าสุดวันที่ 23 เม.ย. ดัชนี SCFI ทา New High อยู่ที่ 2,976 จุด แต่การปรับขึ้นจากไตรมาสก่อนอาจเริ่มแคบลง เพราะฐานค่าระวางที่ค่อนข้างสูง แต่ยังสูงขึ้นจากปีก่อนราว 2-3 เท่าตัว เพราะปัญหาขาดแคลนตู้เริ่มเกิดขึ้นในไตรมาส 3/63 แม้จะคาดการณ์ว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายในในไตรมาส 3/63 แต่ไม่คาดคิดว่าค่าระวางจะปรับลงเร็ว เพราะปกติในไตรมาส 3 เป็น High Season ของการส่งออก ส่วนธุรกิจเช่าพื้นที่เก็บของแห่งที่ 1 (พระราม 3 ถูกใช้เกือบเต็มแล้ว) และอยู่ระหว่างขยายแห่งที่ 2 จะเข้ามาช่วยเสริมรายได้และอัตรากาไรในช่วงครึ่งปีหลัง

นอกจากนี้ยังมีการทำ JV ร่วมกับพันธมิตร Cardinal, UK เดิมเป็นคู่ค้ากันอยู่แล้ว และมีเป้าหมายเพิ่มรายได้ปีนี้เป็น 4 พันตู้ จากเดิม 2 พันตู้ (คิดเป็น 3.3% ของปริมาณให้บริการตู้ปี 2020 ที่ 5.97 หมื่นตู้)

ทั้งนี้จากแนวโน้มกำไรไตรมาส 1/64 ดีกว่าที่เคยคาด จึงปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 64-65 ขึ้น 32%-35% เป็น 101 ล้านบาท (+75.3% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน) และ 108 ล้านบาท (+6.7% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน) โดยปรับสมมติฐานให้สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทที่ตั้งเป้ารายได้ปี 64 โต 20%-25% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อนยังไม่รวมแผน M&A ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณา 2-3 ดีล ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 64 เป็น 8 บาท โดย Re-rate PE ขึ้นเป็น 25 เท่า (เดิม 18 เท่า) ให้ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของกลุ่มให้บริการโลจิสติกส์ (WICE, III, SONIC)

คำค้น