
“ดาวโจนส์” ปิดบวก 318 จุด รับความหวัง “สหรัฐ-อิหร่าน” ขยายเวลาพักรบ-เงินเฟ้อต่ำคาด
ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 318 จุด ขานรับความหวังขยายเวลาพักรบสหรัฐฯ-อิหร่านและตัวเลขเงินเฟ้อต่ำกว่าคาด ด้าน Amazon ประกาศทุ่ม 1.15 หมื่นล้านดอลล์ฮุบ Globalstar รุกธุรกิจดาวเทียมแข่ง Starlink
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดการซื้อขายในแดนบวกเมื่อวันอังคาร (14 เม.ย.) โดยได้รับแรงหนุนจากความหวังของนักลงทุนต่อความเป็นไปได้ในการขยายเวลาข้อตกลงพักรบระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน และกำลังจะครบกำหนดในสัปดาห์หน้า ประกอบกับตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าการคาดการณ์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นบรรยากาศการลงทุน
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones) ปิดที่ระดับ 48,535.99 จุด เพิ่มขึ้น 317.74 จุด หรือ 0.66% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับ 6,967.38 จุด เพิ่มขึ้น 81.14 จุด หรือ 1.18% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ระดับ 23,639.08 จุด เพิ่มขึ้น 455.35 จุด หรือ 1.96%
สำหรับความเคลื่อนไหวของดัชนี S&P500 พบว่าหุ้น 8 จาก 11 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดยกลุ่มบริการสื่อสารและกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยที่ทะยานขึ้น 3.18% และ 2.54% ตามลำดับ ในทางตรงกันข้าม หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลดลง 2.16%
นอกจากปัจจัยหนุนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ตลาดคาดหวังให้ข้อตกลงสันติภาพในตะวันออกกลางมีความยั่งยืนแล้ว ตลาดยังขานรับข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิตประจำเดือนมีนาคม ที่เปิดเผยโดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ โดยพบว่าดัชนี PPI ทั่วไป (Headline PPI) ซึ่งครอบคลุมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะเป็นการปรับขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2566 แต่ยังคงต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ในระดับ 4.6% ขณะเดียวกัน เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ดัชนี PPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนมีนาคม ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 1.1% โดยทรงตัวจากระดับ 0.5% ในเดือนกุมภาพันธ์
ด้านตลาดน้ำมัน ตลาดได้รับปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงหลุดระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ออกโรงเตือนว่า อุปสงค์การใช้น้ำมันทั่วโลกมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากสภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ส่วนของความเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัวที่น่าสนใจ หุ้น JPMorgan Chase & Co. หรือ JPM ปิดตลาดลดลง 0.82% แม้บริษัทจะรายงานผลกำไรประจำไตรมาสเติบโตถึง 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนก็ตาม โดยได้รับแรงกดดันจากถ้อยแถลงของนายเจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ที่ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญกับความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ขณะที่หุ้น BlackRock, Inc. หรือ BLK ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.02% และหุ้น Citigroup Inc. หรือ C ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.61%
ด้านหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนตลาด โดยหุ้น Oracle Corporation หรือ ORCL พุ่งขึ้น 4.74% และหุ้น Palantir Technologies Inc. หรือ PLTR บวกเพิ่ม 2.52%
อีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความสนใจในตลาดคือการที่ Amazon.com, Inc. หรือ AMZN ประกาศบรรลุข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ Globalstar, Inc. หรือ GSAT ด้วยมูลค่าสูงถึง 1.157 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรุกธุรกิจดาวเทียมและท้าชนกับบริการ Starlink ของนายอีลอน มัสก์ ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้น AMZN ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.81% และหุ้น GSAT พุ่งทะยานขึ้นถึง 9.63%
อย่างไรก็ดี สายตาของนักลงทุนยังคงจับจ้องไปที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ โดยต่างคาดหวังถึงสัญญาณบวกที่จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดพลังงานโลกในระยะยาว
รายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ New York Post ระบุอ้างอิงคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 14 เมษายน ว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจกลับมาดำเนินการอีกครั้งที่ประเทศปากีสถานภายในระยะเวลาสองวันข้างหน้านี้ โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้ระบุว่า “คุณควรอยู่ที่นั่น เพราะอาจมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นภายในสองวันข้างหน้า และเรามีแนวโน้มที่จะไปที่นั่น”
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังได้กล่าวชื่นชม พลเอก อาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน ว่ากำลังปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในการผลักดันให้เกิดการเจรจาดังกล่าว โดยระบุเสริมว่า “เขายอดเยี่ยมมาก ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้มากขึ้นที่เราจะกลับไปที่นั่น”
สอดคล้องกับแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวที่ได้เปิดเผยกับสำนักข่าว CNBC ในวันเดียวกันว่า การเจรจารอบที่สองระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการหารือ แม้จะยังไม่มีการกำหนดเวลาอย่างเป็นทางการก็ตาม

