SET ปิดลบ 7 จุด เซ่นแรงขายลดเสี่ยงก่อนหยุดยาว โบรกมองสัปดาห์หน้าอ่อนตัว

SET ปิดลบ 7 จุด เซ่นแรงขายลดเสี่ยงก่อนหยุดยาว โบรกมองสัปดาห์หน้าอ่อนตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีปิดวันนี้ที่ระดับ 1,583.13 จุด ลดลง 7.33 จุด (-0.46%) มูลค่าการซื้อขาย 85,480.11 ล้านบาท

10 หุ้นกดดัชนีวันนี้

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้พักตัวหลังจากขึ้นไปแรงในช่วง 2 วันที่ผ่านมา และตลาดบ้านเราปิดทำการ 4 วันติดต่อกัน ทำให้เกิดแรงขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยง เนื่องจากยังไม่รู้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศจะเป็นอย่างไรบ้างในช่วงวันหยุด

ส่วนตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้เคลื่อนไหวแดนลบเป็นส่วนใหญ่ คาดว่าเม็ดเงินจะไหลออกจากเอเชียหลังจากที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯออกมาดี และในอนาคตเมื่อเศรษฐกิจฟื้นก็มีโอกาสที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีโอกาสแข็งค่า ส่งผลให้เงินทุนไหลออก นอกจากนี้ยังได้รับแรงกดดันจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือน เม.ย.อยู่ที่ 51.1 ลดลงจาก 51.9 ในเดือน มี.ค.ส่วนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนเม.ย.อยู่ที่ 54.9 ลดลง 1.4% จาก 56.3 ในเดือนมี.ค.

ส่วนนายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลง เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้ปรับตัวลง ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯออกมาค่อนข้างดี ทำให้กังวลเรื่องเงินเฟ้อ ขณะที่ตลาดในยุโรปเปิดบวกเล็กน้อยจากทิศทางเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น หลังประสบความสำเร็จในการกระจายวัคซีน และการเปิดประเทศ ขณะที่ทางเอเชียมีการกระจายวัคซีนที่ค่อนข้างช้า

ส่วนตลาดบ้านเรามีความกังวลจากจะเข้าสู่ช่วงหยุดระยะยาว 4 วันติดต่อกัน ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนขายเพื่อลดความเสี่ยงส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อจากการระบาดของโควิด-19 คาดว่าน่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว จากตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ลดน้อยลงเรื่อย ๆ แต่ยังต้องใช้มาตรการที่รัดกุมขึ้น เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต่อวันยังคงมีจำนวนมากอยู่

แนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์หน้า นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า ตลาดฯยังมี upside จำกัดทำให้มีโอกาสที่จะอ่อนตัวลง พร้อมให้แนวรับ 1,560-1,555 จุด ส่วนแนวต้าน 1,590-1,600 จุด โดยสัปดาห์หน้าให้ติดตามตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน เม.ย.ของสหรัฐฯ และติดตามสถานการณ์การแพร่ะบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศอย่างใกล้ชิด

ด้านนายกิจพณ กล่าวว่า ตลาดฯค่อนข้างทรงตัว โดยอาจจะเก็งกำไรตามผลประกอบการ พร้อมให้แนวรับ 1,580-1,560 จุด ส่วนแนวต้าน 1,600-1,630 จุด

สัปดาห์หน้ายังต้องติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยหุ้นที่น่าสนใจยังคงมองที่หุ้นที่มีผลประกอบการไตรมาส 1/64 ที่ออกมาดี อย่างกลุ่มปิโตรเคมี และสินค้าโภคภัณฑ์ รวมทั้งกลุ่มสินค้าเกษตร และอาหาร มองว่าน่าจะมีแนวโน้มที่ค่อนข้างดี

 

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่  

COTTO มูลค่าการซื้อขาย 3,170.98 ล้านบาท ปิดที่ 2.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.39 บาท

KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,549.12 ล้านบาท ปิดที่ 132.00 บาท ลดลง 2.50 บาท

PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,141.72 ล้านบาท ปิดที่ 40.00 บาท ลดลง 0.50 บาท

PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 1,844.87 ล้านบาท ปิดที่ 67.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท

SCC มูลค่าการซื้อขาย 1,817.34 ล้านบาท ปิดที่ 462.00 บาท ลดลง 4.00 บาท

ตลาดหุ้นเอเชีย

คำค้น