สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 4 พ.ค. 2564

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 4 พ.ค. 2564

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเพียงเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (4 พ.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ดิ่งลงกว่า 1.8% เนื่องนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งมีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย หลังจากนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวแสดงความเห็นว่า อัตราดอกเบี้ยอาจจำเป็นต้องปรับเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐร้อนแรงเกินไป ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ รวมถึงตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนเม.ย.

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,133.03 จุด เพิ่มขึ้น 19.80 จุด หรือ +0.06% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 4,164.66 จุด ลดลง 28.00 จุด หรือ -0.67% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,633.50 จุด ลดลง 261.62 จุด หรือ -1.88%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงเมื่อคืนนี้ (4 พ.ค.) โดยถูกกดดันจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งร่วงลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปลายเดือนต.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรตามหุ้นกลุ่มเดียวกันที่ร่วงลงในตลาดหุ้นสหรัฐ

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดตลาดที่ระดับ 433.65 จุด ลดลง 6.27 จุด หรือ -1.43%

ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 6,251.75 จุด ลดลง 56.15 จุด หรือ -0.89%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 14,856.48 จุด ลดลง 379.99 จุด หรือ -2.49% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,923.17 จุด ลดลง 46.64 จุดหรือ -0.67%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลงเมื่อคืนนี้ (4 พ.ค.) โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มธนาคารหลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงในยุโรป แต่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นสวนทางตลาดขานรับแนวโน้มความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจบ่งชี้ว่า กิจกรรมการผลิตในอังกฤษขยายตัวในอัตราสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2537

ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 6,923.17 จุด ลดลง 46.64 จุด หรือ -0.67%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (4 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากข่าวสหรัฐและยุโรปผ่อนคลายมาตรการเข้มงวดในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าความต้องการใช้น้ำมันจะฟื้นตัวขึ้น ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ซึ่งสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) มีกำหนดเปิดเผยในวันนี้

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 1.20 ดอลลาร์ หรือ 1.9% ปิดที่ 65.69 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 1.32 ดอลลาร์ หรือ 2% ปิดที่ 68.88 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2564

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (4 พ.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวแสดงความเห็นว่า อัตราดอกเบี้ยอาจจำเป็นต้องปรับเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐร้อนแรงเกินไป

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ร่วงลง 15.8 ดอลลาร์ หรือ 0.88% ปิดที่ 1,776 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 40.2 เซนต์ หรือ 1.49% ปิดที่ 26.558 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 1.7 ดอลลาร์ หรือ 0.14% ปิดที่ 1,231.8 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 3.80 ดอลลาร์ หรือ 0.1% ปิดที่ $2,977,60 a ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (4 พ.ค.) หลังจากนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวแสดงความเห็นว่า อัตราดอกเบี้ยอาจจำเป็นต้องปรับตัวเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐร้อนแรงเกินไป

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.39% แตะที่ 91.3005 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.30 เยน จากระดับ 109.10 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9136 ฟรังก์ จากระดับ 0.9110 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2310 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2274 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2010 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2066 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3889 ดอลลาร์ จากระดับ  1.3913 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.7704 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7765 ดอลลาร์สหรัฐ