น้ำมันดิบปิดพุ่งรับคาดการณ์สต็อกสหรัฐฯลดลงต่อเนื่อง

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (29 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า สต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐจะปรับลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2 ขณะที่นักลงทุนจับตาดูรายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ซึ่งสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยในช่วงค่ำวันนี้ตามเวลาไทย

สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่่า สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ.เพิ่มขึ้น 1.06 ดอลลาร์ หรือ 2.9% ปิด (29 ธ.ค.) ที่ 37.87 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ.เพิ่มขึ้น 1.17 ดอลลาร์ หรือ 3.2% ปิดที่ 37.79 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐจะปรับตัวลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2 โดยสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยรายงานสต็อกน้ำมันดิบในวันนี้ เวลา 22.30 น.ตามเวลาไทย ส่วนสต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 18 ธ.ค. ร่วงลง 5.9 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 484.8 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 600,000 บาร์เรล

นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ยังได้รับแรงหนุนจากรายงานที่ว่า ซาอุดิอาระเบียจะลดการให้เงินอุดหนุนอุตสาหกรรมพลังงาน หลังจากที่ประเมินว่ารายได้ของรัฐบาลจะลดลงกว่า 15%

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขาย พร้อมกับจับตาดูความเคลื่อนไหวของอิหร่านอย่างใกล้ชิด หลังจากการปิโตรเลียมอิหร่านระบุว่า อิหร่านมีความพร้อมที่จะส่งออกน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านบาร์เรล/วัน ในอีก 6 เดือนข้างหน้า ภายหลังจากที่ชาติตะวันตกประกาศยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ทั้งนี้ หากอิหร่านผลิตน้ำมันและส่งออกเพิ่มขึ้น ก็จะส่งผลให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นด้วย ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมันดิบ