IEA ไฟเขียวปล่อยน้ำมันสำรอง 400 ล้านบาร์เรล รับมืออุปทานสะดุด เหตุสงครามอิหร่าน

IEA มีมติเอกฉันท์ปล่อยน้ำมันสำรอง 400 ล้านบาร์เรล มากที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากอุปทานน้ำมันโลกที่สะดุดจากสงครามอิหร่าน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 มี.ค.69) สำนักข่าวซีเอ็นบีซี (CNBC) รายงานว่า สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) มีมติปล่อยน้ำมันสำรอง 400 ล้านบาร์เรล เพื่อรับมือการหยุดชะงักของอุปทานจากสงครามอิหร่าน ซึ่งนับเป็นการดำเนินการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ขององค์กร

IEA ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่แน่นอนว่าน้ำมันสำรองดังกล่าวจะเข้าสู่ตลาดเมื่อใด แต่ระบุว่าน้ำมันสำรองจะทยอยปล่อยออกมาในช่วงเวลาที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละประเทศสมาชิกทั้ง 32 ประเทศ

ฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการบริหารของ IEA กล่าวในการแถลงข่าวที่ถ่ายทอดสดจากสำนักงานใหญ่ของกลุ่มในปารีสว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบอย่างมากต่อตลาดน้ำมันและก๊าซโลก โดยมีนัยสำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงาน ความสามารถในการเข้าถึงพลังงาน และเศรษฐกิจโลก

“ขณะนี้ผมสามารถประกาศได้ว่า ประเทศสมาชิก IEA ได้ตัดสินใจเป็นเอกฉันท์ที่จะปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของหน่วยงานของเรา” บิโรลกล่าว

ปัจจุบันสมาชิก IEA ถือครองน้ำมันสำรองฉุกเฉินของภาครัฐมากกว่า 1.2 พันล้านบาร์เรล และมีน้ำมันสำรองของภาคอุตสาหกรรมอีก 600 ล้านบาร์เรลที่รัฐบาลมีภาระผูกพัน

ผู้อำนวยการบริหารของ IEA กล่าวว่า การปล่อยน้ำมันครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อแก้ไขผลกระทบในทันที จากการหยุดชะงักของอุปทาน แต่การขนส่งทางเรือบรรทุกน้ำมันต้องกลับมาดำเนินการผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพื่อให้น้ำมันและก๊าซไหลเวียนอย่างมีเสถียรภาพกลับสู่ตลาดโลก

นายบิโรล กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่องแคบนี้เป็นเส้นทางเดินเรือแคบ ๆ นอกชายฝั่งอิหร่านที่เชื่อมระหว่างอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน โดยปกติแล้วน้ำมันและก๊าซประมาณ 20% ของโลกจะผ่านช่องแคบนี้ การขนส่งเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบจึงหยุดชะงัก เนื่องจากผู้ขนส่งสินค้าเกรงว่าอิหร่านจะโจมตี

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น กล่าวว่า ประเทศญี่ปุ่นตั้งใจที่จะปล่อยน้ำมันสำรองจากคลังสำรองของประเทศในสัปดาห์หน้า โดยระบุว่า ญี่ปุ่นมีระดับการพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางในระดับสูงเป็นพิเศษ

Back to top button