TMB:สินเชื่อโตหนุนกำไร Q1/59แนะนำซื้อราคาเป้าหมาย 3.1 บ.

TMB ประเมินกำไรไตรมาส 1/59 จะเติบโต 37% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ 2.3 พันล้านบาท จากปัจจัยสินเชื่อเติบโตอย่างแข็งแกร่งและรายได้ค่าธรรมเนียมที่พุ่งสูงขึ้น ผู้บริหารคาดสินเชื่อในไตรมาส 1/59 จะเพิ่มขึ้น 1-2% เทียบไตรมาสก่อนหน้าและ 10%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนสอดคล้องกับตัวเลขสินเชื่อเติบโต 8-10% ทั้งปี หลังจากโตไป 9.5% ในปีที่แล้ว คาด TMB จะรายงานสินเชื่อไตรมาส 1/59 เติบโต 1.5% รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโต 25% และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเติบโต 3%

บล.บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (18 เม.ย.) ว่า ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB ประเมินกำไรไตรมาส 1/59 จะเติบโต 37% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ 2.3 พันล้านบาท จากปัจจัยสินเชื่อเติบโตอย่างแข็งแกร่งและรายได้ค่าธรรมเนียมที่พุ่งสูงขึ้น ผู้บริหารคาดสินเชื่อในไตรมาส 1/59 จะเพิ่มขึ้น 1-2% เทียบไตรมาสก่อนหน้าและ 10%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนสอดคล้องกับตัวเลขสินเชื่อเติบโต 8-10% ทั้งปี หลังจากโตไป 9.5% ในปีที่แล้ว คาด TMB จะรายงานสินเชื่อไตรมาส 1/59 เติบโต 1.5% รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโต 25% และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเติบโต 3%

ธนาคารกล่าวว่าสินเชื่อ SME และรายย่อย (โดยเฉพาะสินเชื่อบ้าน)อาจเป็นปัจจัยหลักหนุนตัวเลขสินเชื่อเติบโต 8-10% ในปี 2559 ด้วยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่น่าพอใจ TMB คาดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2559 จะอยู่ที่ราว 3.0-3.3% จาก 3% ในปีที่แล้ว โดยบริษัทจะเน้นกลยุทธ์จัดหาอัตราเงินฝากต้นทุนถูก พร้อมตั้งเป้าปริมาณเงินฝากเติบโต 8-10% หลังโตไป 12.8% ในปีที่แล้ว ส่งผลให้อาจมีอัพไซด์ต่อประมาณการทั้งปีของเราหากบริษัทสามารถรายงานตัวเลขสินเชื่อเติบโตสูงกว่า 7.5% และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเติบโต 3.0% ของเรา นอกจากนี้เรามองบริษัทตั้งเป้ารายได้ค่าธรรมเนียม ที่ท้าทายมาก  เติบโต 25-30% เมื่อเทียบกับตัวเลขประมาณการของเราที่เติบโต 11% ซึ่งตัวเลขรายได้ค่าธรรมเนียมที่สูงกว่า 11% จะเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการของเราเช่นกัน

ถึงแม้ผู้บริหารคาดสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จะปรับเพิ่มขึ้นจากสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอยในครึ่งแรกปี 2559 แต่ธนาคารตั้งเป้ารักษาสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อหนี้ทั้งหมดให้อยู่ที่ราว 3.0%  ณ สิ้นปี 2559 (ใกล้เคียงกับปีที่แล้วที่ 2.99%) ซึ่งหมายความว่าธนาคารอาจต้องตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ราว 5 พันล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่แล้วและการปรับโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหาให้รวดเร็ว รวมทั้งขายสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จำนวนมากในปี 2559

จึงมองว่าอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มีแนวโน้มอยู่ในระดับเดิมที่ราว 140-145% ในปี 2559 จาก 142% ณ สิ้นปี 2558 เราเชื่อ TMB จะสามารถรักษาสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อหนี้ทั้งหมดให้อยู่ที่ราว 3% ได้จากการขายสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้และการตัดจำหน่ายหนี้เสีย ทั้งนี้ประมาณ 30% ของสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ทั้งหมด (ส่วนใหญ่จากกลุ่ม SME) มีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (TGC) คำประกันเราจึงมองว่าธนาคารจะมีผลขาดทุนไม่มากนักหากธนาคารตัดสินใจขายสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ดังกล่าว แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 3.10 บาท/หุ้น

คำค้น