KKP วางเป้าปี 64 สินเชื่อโต 5% เน้นปล่อยแบบมีหลักประกัน-คุมคุณภาพลูกหนี้

นายอภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP เปิดเผยว่า เป้าหมายการดำเนินงานของธนาคารในปี 64 ยังคงต้องมีการพิจารณาแผนการดำเนินงานอย่างระมัดระวัง หลังจากเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ และยังคงส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจ รายได้ของภาคธุรกิจ กำลังซื้อของภาคครัวเรือน ซึ่งมีผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ ทั้งนี้ ธนาคารวางเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อในปี 64 ที่ 5% น้อยกว่าปี 63 ที่สินเชื่อเติบโตถึง 12% ถือว่าทำได้ดีกว่าที่คาดไว้ ส่วนหนึ่งมาจากมีกลุ่มลูกหนี้ที่เข้ามาตรการพักชำระหนี้ในรอบแรก จึงทำให้พอร์ตสินเชื่อคงค้างไม่ได้ลดลง ขณะที่ช่วงครึ่งปีหลังมีความต้องการใช้สินเชื่อเพิ่มขึ้นจากที่อั้นอยู่ในช่วงล็อกดาวน์ โดยหากไม่นัยรวมกับสินเชื่อของลูกหนี้ที่เข้ามาตรการพักชำระหนี้จะพบว่าสินเชื่อในปี 63 เติบโตได้ราว 8-9% ส่วนในปีนี้ ธนาคารจะยังคงระมัดระวังการปล่อยเชื่ออย่างต่อเนื่อง โดยเน้นกลุ่มสินเชื่อที่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ และยังมีทิศทางการเติบโตที่ดี แม้ว่าจะมีการแข่งขันในตลาดสูง แต่ธนาคารจะไม่เน้นไปแข่งขันในด้านปริมาณ โดยจะเน้นด้านคุณภาพของลูกค้าเป็นหลัก ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่ยอมรับราคาที่ธนาคารนำเสนอให้แม้ว่าอาจจะสูงกว่าคู่แข่งรายอื่นในตลาดบ้างก็ตาม สำหรับกลยุทธ์ดังกล่าวจะทำให้ธนาคารสามารถบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อได้ดียิ่งขึ้น และทำให้พอร์ตสินเชื่อของธนาคารเป็นพอร์ตที่มีคุณภาพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลุกค้าที่มีความสามารถในการชำระหนี้สูง ทำให้ธนาคารสามารถผ่อนคลายความเสี่ยงของคุณภาพหนี้ในพอร์ตสินเชื่อลงได้ภายใต้ภาวะความไม่แน่นอนที่ยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของธนาคารในปีนี้มองว่าจะเพิ่มขึ้นมาแตะระดับ […]

KKP หั่นคาดการณ์ GDP ปี 64 เหลือโต 2% รับผลกระทบ “โควิด” รอบใหม่

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 64 เหลือเติบโต 2% จากเดิม 3.5% จากการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ในประเทศที่ยังคงมีจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางเดือน ธ.ค.63 ส่งผลให้มีการควบคุมสั่งปิดสถานที่เสี่ยงบางประเภทจากภาครัฐ เพื่อป้องกันขยายวงกว้างของการแพร่ระบาด ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและธุรกิจต่างๆที่เพิ่งจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงปลายปีที่ผ่านมาให้กลับทรุดลง หรือยืดระยะเวลาการฟื้นตัวออกไป จากที่เคยคาดการณ์ไว้ พร้อมกับยังมีความไม่แน่นอน กระทบต่อกระทบต่อการลงทุน การจ้างงาน รายได้และการบริโภค อีกทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงอีกหลายอย่างที่ยังคงต้องติดตามในการประเมินผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ในรอบนี้ สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจในไตรมาส 1/64 คาดว่าจะหดตัวอย่างแรงก่อนจะค่อยๆฟื้นตัวในไตรมาสถัดไปหากภาครัฐสามารถควบคุมการระบาดของโควิด-19 ในระยะเวลาช่วง 2 เดือนได้ ทั้งนี้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจในไตรมาส 1/64 ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกันกับในไตรมาส 2/63 โดยการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มหดตัวลงรุนแรง และจะฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่เคยประเมินไว้ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/64 มีโอกาสโตติดลบถึง 6.1% และหากการระบาดจบลงตามคาดเศรษฐกิจจะสามารถกลับมาฟื้นตัวได้อย่างช้าๆในช่วงไตรมาส 2/64 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม การที่ยังมีปัจจัยหนุนให้กับเศรษฐกิจไทยอยู่บ้างจากภาคส่งออกที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจในปี 64 ที่ฟื้นตัวขึ้นตามภาพรวมของเศรษฐกิจโลก หลังจากมีความคืบหน้าเรื่องวัคซีนโควิด-19 ออกมาแล้ว ทำให้เศรษฐกิจโลกเริ่มส่งสัญญาณการพลิกกลับมาฟื้นตัว โดยเฉพาะการฟื้นตัวของประเทศเศรษฐกิจหลัก ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะยังหนุนให้การส่งออกไทยให้กลับมาขยายตัวได้ แต่การที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 กลายพันธุ์ในบางประเทศ ทำให้เศรษฐกิจโลกอาจจะยังฟื้นตัวไม่ได้เต็มที่ ซึ่งประเมินภาคการส่งออกไทยปี […]

1 2 3 16