UOBAM วางเกมลงทุนหุ้นไทย ชูโรงกลั่น-บิ๊กแคปพื้นฐานแกร่ง

UOBAM มองตลาดหุ้นไทยผันผวนระยะสั้นจากแรงกดดันภูมิรัฐศาสตร์ และราคาพลังงานที่พุ่งสูง มั่นใจ ผลกระทบเชิงมหภาคยังจำกัด แนะใช้จังหวะย่อตัว "สะสมหุ้นไทย" โดยเพิ่มน้ำหนักกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น ควบคู่หุ้น Defensive และ Quality พร้อมลดสัดส่วนหุ้นที่อ่อนไหวต่อต้นทุนพลังงานสูง


บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ UOBAM ระบุว่า บริษัทฯ ได้ประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล กับอิหร่าน มีแนวโน้มยกระดับและยืดเยื้อ หลังมีการโจมตีตอบโต้กันรอบใหม่ กระทบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปรับตัวสูงขึ้น คาดราคาน้ำมันมีโอกาสยืนในระดับสูงนานกว่าคาด หากความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางขนส่งยังไม่คลี่คลาย

ในเชิงกลยุทธ์ประเมิน 3 ฉากทัศน์ ได้แก่ กรณีสงครามจบเร็ว (40%) ราคาน้ำมัน Brent เคลื่อนไหวในกรอบ 75-80 ดอลลาร์สหรัฐ และเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจำกัด กรณีฐานที่สงครามยืดเยื้อหรือกระทบฮอร์มุซ (50%) ราคาน้ำมันยืนเหนือ 80 ดอลลาร์สหรัฐ กดดันเงินเฟ้อสูง และเสี่ยงภาวะ Stagflation และกรณีเลวร้ายสุด (10%) ที่ความขัดแย้งลุกลามระดับภูมิภาค ดันราคาน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐ เกิดภาวะช็อกอุปทานพลังงาน ในทุกกรณีแนะนำเพิ่มน้ำหนักสินทรัพย์กลุ่มพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ พร้อมลดสัดส่วนหุ้นในภูมิภาคที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง

มุมมองการลงทุน คาดตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มผันผวนระยะสั้นจากบรรยากาศ Risk-off และแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะหลังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ใช้มาตรการ Circuit Breaker ชั่วคราวจากแรงขายรุนแรง

จากสถิติย้อนหลังพบว่าตลาดมักฟื้นตัวได้ในช่วง 10 วันทำการถัดมา มองจังหวะอ่อนตัวเป็นโอกาสทยอย “สะสม” ให้ความสำคัญกับหุ้นขนาดใหญ่พื้นฐานแข็งแกร่ง กลุ่ม Quality และ Defensive ควบคู่กับการ Overweight กลุ่ม Oil & Gas และโรงกลั่นที่ได้อานิสงส์จากราคาพลังงานสูง แนะนำกลยุทธ์ “Buy on Dip” หากดัชนีอ่อนตัวสู่กรอบ 1,250-1,300 จุด ซึ่งระดับมูลค่าถือว่าน่าสนใจในเชิงพื้นฐานระยะกลางถึงยาว

ด้านตราสารหนี้ มองความผันผวนราคาน้ำมันอาจกระตุ้นเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย หนุนพันธบัตรรัฐบาลไทยให้ราคาปรับขึ้นและผลตอบแทนลดลง ขณะที่ตราสารหนี้เอกชนประเภท High Yield มีความเสี่ยงมากกว่า Investment Grade ภายใต้ความไม่แน่นอนเศรษฐกิจ ภาพรวมประเมินว่าเงินเฟ้อไทยปลายปีมีแนวโน้มต่ำกว่า 1% จากอุปสงค์ในประเทศที่ยังอ่อนแอ ไทยยังมีน้ำมันสำรองรองรับได้ราว 60 วัน ทำให้ผลกระทบเชิงมหภาคจำกัด

Back to top button