
“ดาวโจนส์” พุ่งกว่า 300 จุด รับข่าวสหรัฐ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ
ดาวโจนส์พุ่งกว่า 300 จุด แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เหนือ 52,000 จุด รับข่าวสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม ขณะที่หุ้น SpaceX พุ่ง 13% ดันมูลค่าตลาดแตะ 2.94 ล้านล้านดอลลาร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 มิ.ย.69) ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นกว่า 300 จุด ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เหนือระดับ 52,000 จุด ขานรับปัจจัยบวกจากการยุติสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ขณะที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทยังได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของหุ้นสเปซเอ็กซ์ หรือ SpaceX หลังเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ณ เวลา 21:38 น. ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 333.00 จุด หรือ 0.64% แตะระดับ 52,074.00 จุด ขณะที่นักลงทุนจับตาการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด ก่อนที่ตลาดวอลล์สตรีทจะปิดทำการในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน เนื่องในวันประกาศอิสรภาพแห่งชาติจูนทีนธ์ หรือ Juneteenth National Independence Day ซึ่งเป็นวันเฉลิมฉลองการสิ้นสุดของระบบทาสในสหรัฐอเมริกา
สำหรับหุ้น SpaceX ปรับตัวขึ้น 13% ในการซื้อขายวันนี้ ส่งผลให้บริษัทมีมูลค่าตามราคาตลาด หรือ Market Capitalization อยู่ที่ราว 2.94 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นสู่อันดับ 4 ของบริษัทที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุดในสหรัฐฯ และแซงหน้าบริษัทไมโครซอฟท์ ซึ่งปรับลงมาอยู่อันดับ 5 โดยมีมูลค่าตลาดราว 2.93 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะเดียวกัน ราคาหุ้นของบริษัท ยัม แบรนด์ส หรือ Yum Brands ปรับตัวขึ้นกว่า 2% ในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท หลังบริษัทประกาศขายกิจการพิซซ่า ฮัท หรือ Pizza Hut ให้แก่บริษัท ลองเรนจ์ แคปิตอล หรือ LongRange Capital ด้วยวงเงินราว 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ Yum Brands ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวไม่รวมสาขาของ Pizza Hut ในจีนแผ่นดินใหญ่ โดย Yum China จะเข้าซื้อกิจการดังกล่าวแยกต่างหากด้วยวงเงินราว 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้เมื่อรวมทั้งสองธุรกรรม Yum Brands คาดว่าจะได้รับเงินได้สุทธิรวม 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังหักภาษี การปรับปรุงบัญชีในวันปิดการทำข้อตกลง และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ โดยยังไม่รวมเงินได้เพิ่มเติมราว 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่อาจได้รับจาก LongRange ภายในปี 2573
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามแล้ว โดยทั้งสองประเทศเตรียมลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์นี้
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังระบุว่า ได้อนุมัติให้เปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ขณะที่นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า คาดหวังว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดเดินเรือได้โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทางในระยะยาว
อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ในสัปดาห์นี้ รวมถึงรายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรือ Dot Plot ของเจ้าหน้าที่เฟด และตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP อัตราว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ นายเควิน วอร์ช จะทำหน้าที่ประธานในการประชุมเฟดเป็นครั้งแรก และมีกำหนดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม โดยจะชี้แจงเหตุผลของเฟดในการตัดสินใจกำหนดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ พร้อมส่งสัญญาณทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในปีนี้
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 99.6% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 16-17 มิถุนายน ขณะเดียวกัน นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนักมากกว่า 50% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนธันวาคม

